เฉินต้าซานยืนโง่ ๆ อยู่หน้าประตู ถึงกับลืมปิดประตูเสียด้วยซ้ำ!
จ้าวฮุ่ยหลานทั้งอายทั้งร้อนใจ เธอนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น ใช้สองมือกอดร่างกายไว้แน่น น้ำเสียงเจือสะอื้นยามเอ่ยว่า “รีบ...รีบปิดประตู ไม่สิ รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
เฉินต้าซานถึงได้สติ รีบหันหลังเผ่นออกไปราวกับหนีเอาชีวิตรอด
ใบหน้าเขาแดงก่ำ ยืนพูดตะกุกตะกักกับจ้าวฮุ่ยหลานผ่านประตู “ขะ...ขอโทษ ผมนึกว่าคุณล้ม...”
ตอนนี้หัวใจของเขายังคงเต้นตึกตักอยู่ในอก
ภาพเมื่อครู่ที่ได้เห็นเพียงแวบเดียวผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
ข้างนอกลมหนาวยังคงพัดแรง ทว่าเขากลับร้อนรุ่มไปทั้งตัว ราวกับอยู่ท่ามกลางฤดูร้อนอันแผดเผา
ภายในห้อง จ้าวฮุ่ยหลานเองก็ใจสั่น ใบหน้าสวยร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก
เมื่อครู่เธอแค่ยืนไม่มั่นคง เผลอชนกะละมังเคลือบเข้าเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าเฉินต้าซานจะพรวดพราดเข้ามา!
แต่เมื่อนึกถึงสีหน้าร้อนรนและเป็นห่วงเป็นใยของเฉินต้าซานเมื่อครู่ ในใจเธอก็มีไออุ่นสายหนึ่งไหลผ่านอย่างเงียบงัน
เธอรีบอาบน้ำให้เสร็จโดยเร็วที่สุดแล้วสวมเสื้อผ้า จากนั้นจึงพยายามสงบใจลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ต้าซาน เข้ามาได้แล้ว!”
เฉินต้าซานค่อย ๆ เปิดประตูเข้ามา ยังพึมพำขอโทษไม่หยุด “ผะ...ผมไม่ได้ตั้งใจเมื่อกี้ แค่กลัวว่าคุณจะล้ม...”
จ้าวฮุ่ยหลานก้มหน้าลงอย่างเกร็ง ๆ ราวกับลูกกวางขี้ตกใจ อ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะพูดว่า “ฉันรู้แล้ว ไม่...ไม่เป็นไร!”
บรรยากาศในห้องพลันกระอักกระอ่วน ทั้งคู่ต่างไม่รู้จะพูดอะไรดี
ความเงียบดำเนินอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งกลิ่นยาที่อบอวลในอากาศเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เฉินต้าซานถึงนึกขึ้นได้ว่ายายังเคี่ยวอยู่ เขารีบเดินไปดูที่กองไฟ
