ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ เผลอไม่ทันไรก็มาถึงหน้าร้านยาจีนของเฮ่อเจิ้นตง
เฮ่อเจิ้นตงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนของลูกค้าประจำคนนั้นแม้แต่น้อย แต่สีหน้าและน้ำเสียงของเขากลับแสดงความมั่นใจในตัวคนผู้นั้นอย่างเต็มเปี่ยม
เฉินต้าซานไม่สะดวกซักไซ้ หลังกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจอีกครั้งก็เอ่ยลาเขา แล้วกลับไปยังโรงแรมรับรอง
ที่จริงในใจเขารู้ดีอยู่แล้วว่า คนใจเหี้ยมอย่างเจิ้งคุนเผิง ต่อให้ข่มขวัญได้ชั่วคราว ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง
พอตั้งสติได้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจส่งคนลอบเข้าไปในหมู่บ้านหลี่ คอยก่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นระยะ...
ชาติที่แล้ว หลังปลดประจำการ สหายร่วมรบของเฉินต้าซานหลายคนย้ายไปทำงานในหน่วยงานตำรวจ
เรื่องที่เขาได้ยินพวกนั้นพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ทั้งที่รู้ชัดว่าคนคนหนึ่งเป็นอาชญากร แต่กลับไม่มีทางหาหลักฐานแน่นหนามาเอาผิดได้
คนพวกนั้นเจ้าเล่ห์มาก ไม่เคยออกหน้าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดด้วยตัวเอง
พวกเขาเลี้ยงคนไว้เป็นพรวน พอเกิดเรื่องก็หาคนมารับผิดแทน จากนั้นค่อยจ่าย “เงินชดเชย” ให้คนที่รับผิดแทนตรงเวลา เท่านี้ก็เรียบร้อย
เพราะฉะนั้น หากเรื่องราวดำเนินไปถึงขั้นนั้น ต่อให้เฉินต้าซานจัดการพวกลูกกระจ๊อกได้ เขาก็ต้องคอยระแวดระวังจนเครียดทั้งวัน เหน็ดเหนื่อยกับการรับมือไม่รู้จบ
ส่วนเจิ้งคุนเผิงกลับอาศัยวิธีเหล่านี้ ยืนหยัดอยู่ในสถานะที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ ลอยนวลอยู่นอกกฎหมายได้ตลอด!
หรือเฉินต้าซานจะหอบระเบิดไปถล่มบ้านมันทั้งครอบครัวได้จริง ๆ กันล่ะ?
เฉินต้าซานเปิดประตูพลางพึมพำกับตัวเองว่า “ยังไงกลับไปก็ต้องรีบลงมือขุดตี้กู่ก่อน ต่อให้คนที่เฮ่อเจิ้นตงพูดถึงกดเจิ้งคุนเผิงไว้ไม่อยู่ ของนั่นก็ขายได้เงินไม่น้อย...”
