เสียงตะโกนของไอ้หมวกคนงานดังขึ้น ทุกคนในห้องต่างหันมามอง
แม้จะเรียกว่าบ่อนพนัน แต่คนที่มาร่วมวงมีอยู่แค่สิบกว่าคนเท่านั้น
ทว่าการแต่งกายของพวกเขาดูพิถีพิถัน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่พวกขาดแคลนเงินทอง
คนเหล่านั้นเหลือบมองเฉินต้าซานอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับวงพนัน เสียงลูกเต๋ากระทบชามกระเบื้องดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นอีกครั้งในห้อง
“เอ้อร์โก่วจื่อ โวยวายอะไรของแก?”
“ใครมันรนหาที่ตาย กล้ามาหาเรื่องพี่เผิงถึงที่?”
ชายฉกรรจ์สองคนเดินด่าพึมพำออกมาจากห้องข้าง ๆ สีหน้าเหี้ยมเกรียม
ขณะเดียวกันก็มีคนอีกสองคนโผล่ออกมาจากเงามืดในโถง มือถือมีดดาบที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ
พวกเขายืนล้อมเฉินต้าซานไว้ ต่างเอียงคอมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ท่าทางพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ
เห็นภาพตรงหน้า เฉินต้าซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ
ตลอดทางที่ผ่านมา ประสาทของเขาตึงเครียดอยู่ตลอด
เขาคิดมาตลอดว่าในเมื่อเจิ้งคุนเผิงมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ บ่อนแห่งนี้ถึงจะไม่ใช่ถ้ำเสือวังมังกร แต่การยึดที่นี่มาก็คงต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง
จนถึงตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดมากไป
ในห้องมีชายฉกรรจ์สี่คน คนคุมวงพนันสองคน ด้านนอกมีคนเฝ้ายามสามคน บวกกับไอ้หมวกคนงานที่นำทางมา...
รวมแล้วก็แค่สิบคน!
ไอ้หมวกคนงานอาศัยบารมีคนอื่น ทำท่ากระโดดเหยง ๆ อยู่หลังชายฉกรรจ์หลายคน “ใกล้ตายอยู่แล้ว ยังจะหัวเราะออกอีกหรือวะ?”
“พี่สี่ พี่ผิง ต้องแก้แค้นให้ผมนะ!”
“ไอ้สารเลวนี่หักมือผม แล้วยังเฉือนคอผมอีกแผล...”
เขายังพูดไม่ทันจบ เฉินต้าซานก็พุ่งเข้าใส่ทันที คว้าข้อมือของชายฉกรรจ์ข้างตัวที่ถือมีดไว้แน่น
