ในซองจดหมายมีธนบัตรใบใหญ่ราคา 10 หยวนปึกหนึ่งที่ยังใหม่เอี่ยม ส่งกลิ่นหมึกจาง ๆ พอวางซ้อนกันแล้วหนาเกือบครึ่งเซนติเมตร
เฉินต้าซานนับดู!
ครบ 500 หยวน!
น้ำใจของตระกูลหยางครั้งนี้เกินความคาดหมายของเขาไปมาก
ต้องรู้ก่อนว่า ผู้นำระดับอำเภอในยุคนี้มีเงินเดือนเดือนละแค่ 30-50 หยวนเท่านั้น
เงิน 500 หยวนมีความหมายแค่ไหนน่ะหรือ?
เท่ากับเงินเดือนของข้าราชการทั่วไปตลอด 1 ปีครึ่ง!
เมื่อนับรวมต้นที่ผู้อำนวยการเจิ้งช่วยส่งต่อ เฉินต้าซานก็ให้เทียนเผียสือหูแก่ท่านอดีตผู้บังคับบัญชาไป 2 ต้นจริง ๆ
แต่เทียนเผียสือหูป่าพวกนั้นไม่ได้โตอวบอ้วนอะไร น้ำหนักของสด 2 ต้นรวมกันก็แค่สิบกว่ากรัม
หากคิดตามอัตราสดห้าแห้งหนึ่ง อย่างมากก็ทำเป็นของแห้งได้แค่ 1-2 กรัม
ไม่อย่างนั้นเฉินต้าซานคงไม่ต้องรอให้เฮ่อเจิ้นตงเตือน ถึงนึกขึ้นได้ว่าต้องไปเก็บของสิ่งนั้นหรอก
แม้ราคาต่อหน่วยจะดูไม่ต่ำ แต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับแล้ว ผลตอบแทนสุดท้ายก็ไม่ได้สูงนัก
ทว่าคราวนี้ตระกูลหยางกลับมอบเซอร์ไพรส์ให้เฉินต้าซาน ทำให้เทียนเผียสือหู 2 ต้นของเขาขายได้ราคาสูงลิบอย่างแท้จริง
เฉินต้าซานลูบขอบซองจดหมาย สีหน้าผันเปลี่ยนไปตามแสงตะเกียงน้ำมันที่ไหววูบ
อาการป่วยของท่านอดีตผู้บังคับบัญชาคงไม่สู้ดีนัก
ตระกูลหยางเร่งตามหาเทียนเผียสือหู ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาอาการป่วย แต่เพื่อช่วยชีวิตเขา!
เงิน 500 หยวนนี้ต่างจากมูลค่าของเทียนเผียสือหูอย่างมาก ส่วนที่มากกว่าคงเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เฉินต้าซานช่วยชีวิตอย่างจริงจัง
เฉินต้าซานไม่มีทางส่งเงินส่วนเกินกลับไป!
ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตมาถึงสองชาติทำให้เขารู้ดีกว่าใครว่า การไปมาหาสู่กันด้วยน้ำใจ สิ่งที่ควรเลี่ยงที่สุดคือการทำท่ากระมิดกระเมี้ยน
