คนกลุ่มที่ตั้งใจจะไปคิดบัญชีกับครอบครัวโจวอวี้เจิน เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกลก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง
วินาทีถัดมา ชาวบ้านเหล่านั้นก็กรูกันเข้าไปดั่งกระแสน้ำ ล้อมหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงไว้แน่นหนา
“คืนเงินมา! วันนี้พวกแกต้องชำระหนี้ให้พวกเรา!”
ป้าหวังกระชากเสื้อบุผ้าฝ้ายของหลี่ลี่ตงไว้แน่น “ฉันเอาแม้แต่เงินทำโลงศพมาลงทุนแล้ว วันนี้ถ้าไม่ได้เงินคืน ฉันสู้กับแกจนตาย!”
หญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนหิมะ ใช้มือเท้ารัดขาหลี่เว่ยผิงไว้แน่น “เงินทั้งบ้านของฉันเอามาลงทุนหมดแล้ว ข้างนอกยังติดหนี้อีกกองโต วันนี้ถ้าไม่ได้เงินคืน ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
ทุกคนตะโกนกดดันอย่างเดือดดาล บ้างกระชากแขน บ้างดึงคอเสื้อพวกเขา
หลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงหน้าซีดเผือด ขาสั่นไม่หยุด “หัวบุกขายไม่ออก...”
“หุบปากไปเลย!” เสียงตะคอกดังขึ้นขัดคำพูดของทั้งคู่ “คนที่มาขอซื้อหัวบุกจากพวกเราคือพวกแก ไม่ใช่เถ้าแก่ในเมืองอะไรนั่นเสียหน่อย!”
“พวกเราเคยพูดหรือไงว่าถ้าขายไม่ออกแล้วพวกแกสองคนไม่ต้องจ่ายเงิน?”
“เลิกพูดไร้สาระ วันนี้ถ้าไม่จ่ายเงิน พวกเราจะไปขนของที่บ้านพวกแกมาชดใช้...”
ท่ามกลางความชุลมุน ไม่รู้ใครตะโกนขึ้นมา ชาวบ้านไม่กี่คนที่ไหวตัวทันก็หันหลังวิ่งไปบ้านของหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงทันที
ทรัพย์สินของสองครอบครัวนี้จะไปอุดรูรั่วก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร?
ถ้าไม่รีบไปแย่ง ตอนหลังเกรงว่าแม้แต่ไหผักดองสักใบก็ยังแย่งไม่ทัน!
ชั่วพริบตา ฝูงชนก็เหมือนน้ำป่าที่ทะลักทลาย เข้ากรูไปยังบ้านของหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิง
ทั้งสองยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านเฉินต้าซาน มองชาวบ้านที่กรูกันไปยังบ้านของตน ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
