คนภูเขาในยุคนี้ส่วนใหญ่ยังคงซื่อและจริงใจ!
แม้เมื่อครู่ตอนกินเนื้อ พวกเขาจะไม่เกรงใจเฉินต้าซาน แต่พอลงมือทำงานก็ไม่มีใครอิดออดแม้แต่น้อย
เนื้อหมูป่าสี่ตัวถูกจัดเรียงบนเขียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
กองสูงพะเนิน ราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ
ทั้งเนื้อส่วนหน้า ส่วนหลัง เนื้อสามชั้น และซี่โครง ล้วนถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมได้ขนาดเท่า ๆ กัน
แม้แต่ขนหมูที่ยังโกนออกไม่หมดอยู่บนตีนและหัวหมู พวกเขาก็ยังตั้งใจนำไปลนไฟจนเกลี้ยง
“อาเยว่ รอผมก่อน!”
เห็นหลี่เยว่จิ้นกับลูกชายทั้งสองกำลังจะรีบร้อนออกไป เฉินต้าซานจึงรีบเรียกพวกเขาไว้
จากนั้นเขาหันไปที่ครัว ยกเนื้อหมูนึ่งแป้งข้าวโพดชามใหญ่สองชามออกมายัดใส่มือหลี่ต้าจู้ แล้วหยิบเนื้อส่วนหลังชิ้นใหญ่ที่มีมันหนาที่สุดส่งให้หลี่เยว่จิ้น
พ่อลูกทั้งสามตกใจ รีบผลักของกลับไปตามสัญชาตญาณ “ต้าซาน ทำอะไรน่ะ? เมื่อกี้พวกเราก็กินกันแล้ว จะเอากลับไปได้ยังไง?”
เฉินต้าซานยิ้มกล่าว “หมูป่าตัวนี้ผมกับต้าจู้และเอ้อร์จู้ช่วยกันล่ามา เมื่อกี้ผมเอาไปผูกไมตรี พวกเขาสองคนก็เสียเปรียบไปแล้ว”
“อีกอย่าง เราเอาเนื้อกลับมาตั้งมากมาย จะปล่อยให้อาสะใภ้ซิ่วอิงกับย่าหูไม่ได้ชิมเลยได้ยังไง?”
“รีบรับไปเถอะ ถ้ายังผลักไปผลักมาอีก ผมจะโกรธแล้วนะ!”
หลี่เยว่จิ้นรับเนื้อชิ้นที่เฉินต้าซานยื่นให้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือก็ตบไหล่เขาหนัก ๆ “ต้าซาน นายพาลูกชายสองคนของฉันเข้าป่าไปล่าสัตว์ แล้วยังคอยคิดแทนพวกเขาทุกเรื่อง ฉันกับอาสะใภ้ซิ่วอิงจะจำบุญคุณนี้ไว้!”
สำหรับคนในเขา ขอเพียงเป็นของกินที่มีเนื้อสัตว์ปนอยู่บ้าง ก็ล้วนมีค่าเป็นพิเศษ!
เห็นเฉินต้าซานนำเนื้อหมูป่าตั้งมากมายกับเครื่องในทั้งหมดไปทำให้ชาวบ้านกิน แล้วหลี่เยว่จิ้นจะไม่เสียดายได้อย่างไร?
