เมื่อเผชิญกับสายตาลุ่มลึกของเฉินต้าซาน หลี่เว่ยผิงอึกอัก กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
หลี่ลี่ตงเม้มปากแน่น “ต้าซาน เรื่องโง่ ๆ ที่ฉันกับเว่ยผิงทำก่อนหน้านี้สร้างทั้งความเดือดร้อนและความวุ่นวายให้แก ทำให้แกเสียเงินไปไม่น้อย!”
“แกพอจะ...พอจะ...”
เขารวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะถามออกมาได้ “แกพอจะยกโทษให้พวกเราสักครั้งได้ไหม?”
“ได้สิ” เฉินต้าซานปัดหิมะบนไหล่ สีหน้าสงบนิ่งขณะมองอีกฝ่ายแสดงละคร “เมื่อกี้ฉันก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ถือสา?”
หลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงดีใจจนแทบลอย สีหน้าซีดเซียวพลันมีเลือดฝาดขึ้นมา
หลี่ลี่ตงกลืนน้ำลาย ถูมือพลางยิ้มประจบ “ต้าซาน แกก็รู้ว่าสถานการณ์ของบ้านฉันกับบ้านเว่ยผิงเป็นยังไง!”
“เมื่อคืนเด็ก ๆ เบียดกันสั่นอยู่ในกองฟาง ในห้องใต้ดินเหลือมันเทศเหี่ยว ๆ อยู่แค่ไม่กี่หัว...”
“ใกล้จะปีใหม่แล้ว แต่แม้แต่อาหารสักคำก็ยังไม่มี...”
เขาแอบมองสีหน้าของเฉินต้าซาน “แกว่า...รับหัวบุกที่พวกเรามีไปได้ไหม?”
เฉินต้าซานหัวเราะเย็นชาในใจ ก่อนส่ายหน้าฉับพลัน “ไม่ได้!”
“เงินฉันไม่ได้ปลิวมาตามลมสักหน่อย รู้อยู่แล้วว่ารับของมาแล้วจะขายไม่ออก ทำไมฉันต้องซื้อด้วย?”
รอยยิ้มของหลี่ลี่ตงกับหลี่เว่ยผิงแข็งค้างทันที
หลี่ลี่ตงยังหันซ้ายหันขวา คล้ายคิดจะลากชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลมาเป็นพยาน “ไม่ใช่สิ ฉันก็ขอโทษแกไปแล้วนี่!”
“เมื่อกี้แกไม่ได้บอกว่าจะยกโทษให้ฉันเหรอ?”
เฉินต้าซานเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากมีรอยยิ้มเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม “แกต้องเข้าใจให้ชัด!”
“ตั้งแต่พวกแกตัดสินใจมาขอโทษฉัน สิ่งที่ควรคิดก็คือทำยังไงให้ฉันหายโกรธ!”
