ตอนที่ 1 ฉันซูเสี่ยวป้าหวังกินได้ทุกอย่างยกเว้นถูกเอาเปรียบ
กลางฤดูร้อน แดดร้อนแรงราวกับไฟ อบอ้าวไปทั่ว
เขตบ้านพักหน่วยทหารในนครหลวง
“ฉันตกลงกับพ่อเธอแล้วว่าจะให้เธอย้ายมา แต่ถ้าเธอกล้ารังแกโม่โม่ล่ะก็ รีบตามแม่นักปฏิกริยาของเธอไปอยู่คอกวัวซะ”
ซูหลีเพิ่งรับความทรงจำของร่างเดิมครบ หูข้างหนึ่งก็ได้ยินเสียงไร้ความอดทนดังขึ้น
เงยหน้ามอง ก็เห็นผู้หญิงอายุสี่สิบกว่า รูปร่างหน้าตาใช้ได้ สวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน ยืนอยู่ริมเตียง มองเธอจากที่สูง
สีหน้าเฉยชา ในแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างปิดไม่มิด
ซูหลี??
คิดถึงความทรงจำของร่างเดิมที่เพิ่งรับมา ใจของซูหลีก็รู้สึกไม่สู้ดีนัก
มุมปากเบ้เล็กน้อย น้ำเสียงชวนตียิ่งกว่าอะไรดี
“คุณป้าคงไม่มีปัญหาอะไรนะ? พ่อรับฉันมานี่ ก็สมควรอยู่แล้ว ใครใช้ให้ฉันเป็นลูกสาวเขาล่ะ?
ดูแลฉันเป็นหน้าที่เขา คุณป้าไม่ชอบก็ไปคุยกับพ่อฉันซะ อย่ามาลงกับฉัน”
พูดจบก็พลิกตัว หันหลังให้ ไม่มองอีกเลย
หลี่เสี่ยวเหลียนโกรธจนแทบกระโดดตัวลอย มองท่าทางกวน ๆ เหมือนนักเลงของเธอ แล้วด่า
“เป็นลูกสาวดีแท้ ๆ ที่แม่นักปฏิกริยาของเธอสอนมา ไอ้เด็กไม่รู้อะไรดี”
ถ้าไม่ใช่เพราะซูผู้เฒ่าเฝ้าง้อขอร้องอยู่ข้างหู อยากให้รับลูกสาวเขากลับมา นึกว่าเธออยากต้อนรับเด็กเหลือขอที่กวนเหมือนนักเลงนี่รึ?
ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของซูผู้เฒ่า อนาคตอันสดใสอาจถูกเด็กนี่ทำลายหมด
ถ้าไม่กลัวคนในบ้านพักจะนินทา เธอก็ไม่ยอมรับเด็กเหลือขอนี่กลับมาจริง ๆ
แม่เลี้ยงนี่ไม่ง่ายนะ!
ซูหลีไม่แม้แต่จะเงยหน้า โบกมือส่ง ๆ น้ำเสียงเรียบ ๆ
“ถ้าพ่อไม่ให้ฉันมาจริง ๆ ที่แย่ ๆ แบบนี้ฉันก็ไม่อยากกลับมาหรอก
ถ้าคุณป้าไม่ชอบฉัน ก็ไปบอกพ่อดี ๆ เถอะ ฉันจะขอบคุณมากที่ท่านไม่รับ”
หลี่เสี่ยวเหลียนได้ยิน ก็มองท่าทางไม่แยแสของเธอ ยิ่งโกรธมากขึ้น ตวาดก้องทั้งกัดฟัน: “ซูหลี เธออย่าเสียใจทีหลัง”
ซูหลีย่อมไม่มีทางเสียใจ เพราะเธอไม่ใช่ซูหลีคนเก่าที่เอาแต่โอหังตามอำเภอใจอีกแล้ว
สิบนาทีก่อน เธอกำลังตรวจสอบฟาร์มเกษตรนิเวศขนาดใหญ่ของตัวเองอยู่ จู่ ๆ กระถางดอกไม้บนหัวก็หล่นลงมา โดนหัวเธอพอดี
ลืมตาอีกทีก็มาอยู่ในต้นยุค 70 ของประเทศหัวเสียแล้ว
ชาติก่อน เธอพ่อแม่ตายหมด สร้างสวนเกษตรนิเวศด้วยมือเปล่าจนมีรายได้ปีละกว่าร้อยล้าน ญาติผู้พี่คอยจ้องเล่นงาน
ตัวเองก็ระวังแล้วระวังอีก สุดท้ายก็… ยกให้พวกมันฟรี ๆ
จะเสียดายก็ได้แต่อะไร? กลับไปไม่ได้แล้ว
มามองร่างเดิม
พ่อของร่างเดิมเป็นผู้บังคับกองร้อย อายุยังน้อยมีอนาคตไกล แม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์
ลูกสาวถูกเลี้ยงตามใจตั้งแต่เด็ก นิสัยเด็กสาวก็ออกจะหยิ่งอยู่บ้าง
ถ้าพัฒนาไปตามนี้ เด็กสาวก็น่าจะโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย
แต่เธอมาเจอยุคสมัยพิเศษนั่น
คุณตาถูกคนใส่ร้ายขังคอกวัว แม่พลอยถูกซัดส่งไปปฏิรูป
พ่อรีบหย่าเพื่ออนาคตของตัวเอง พี่เลี้ยงในบ้านหลี่เสี่ยวเหลียนขึ้นมาแทนที่ พาลูกสาวย้ายเข้าตระกูลซู
พี่ชายทำงานในเมือง กลัวจะถูกแม่พันพัว ก็ตัดขาดกับแม่กลางดึก
มีแต่ซูหลีตัวน้อยที่ดื้อรั้น สาบานจะอยู่กับแม่
ฟางหลันแม่ของเธอกลัวซูหลีจะลำบากตามไปอยู่ชนบท ก่อนถูกส่งไป จึงอ้อนวอนพ่อให้รับเธอมา ถึงได้มีเรื่องเมื่อกี้
แม่เลี้ยงหลี่เสี่ยวเหลียน มีพื้นเพเป็นพี่เลี้ยง ในที่สุดก็ได้เลื่อนเป็น “ภรรยาผู้บังคับกองร้อย”
ที่ไหนจะอยากรับมือกับเด็กเหลือขอที่เป็นเสมือนหนามยอกอกนี่
จริงไหมเล่า พอถึงบ้านก็เริ่มวางกฎกับเด็กสาวแล้ว!
เด็กสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ตายไปในพริบตา แกนกลางก็เปลี่ยนเป็นเธอ “เจ้าของฟาร์ม” จากศตวรรษที่ 21
ซูหลีสำรวจห้องด้านข้างที่หลี่เสี่ยวเหลียนพาเธอมา
ม่านขาวสะอาด ผ้าปูที่นอนผ้าหยาบสีน้ำเงิน โต๊ะเหลืองซีดจนขาว
ดูก็รู้ว่าเตรียมแบบลวก ๆ
เธอฮึดฮัดหนึ่งที นิสัย “จอมแสบ” ในใจเริ่มคุกกรุ่น
เธออยู่บ้านนี้มาสิบห้าปี ก็เคยมีห้องเหมือนกัน พึ่งย้ายออกไปไม่กี่วันก็ถูกยึดแล้ว
หันตัว ก้าวเท้า มุ่งตรงไปห้องสว่างด้านทิศตะวันออกของบ้านหลังใหญ่
ไม่ใช่ให้ฉันย้ายมารึ?
ฉันจะป่วนให้วุ่นวายไปหมด ทำให้สหายซูจิ่งเหอต้องจัดการส่งฉันกลับไปอยู่ข้างแม่
เด็กสาวกลอกตาไปมา แผนการก็ผุดขึ้นในใจ
ในบ้านหลังใหญ่ หลี่โม่กำลังไขว่ห้างกินถั่วตัด
เธอสวมกระโปรงสีขาวปักดอกไม้ เศษที่ตกจากปากหล่นลงบนผ้าปูที่นอนฝ้ายเนื้อละเอียดลายตารางสีเขียว
ม่านถูกยกขึ้น ซูหลีก้าวเข้ามา
เธอเดินไม่ช้าไม่เร็ว หางตามีรอยยิ้มท้าทาย
“ซูหลี หวนคืนสู่ถิ่นเก่า? ขอโทษนะ ตอนนี้ห้องนี้เป็นของฉันแล้ว”
หลี่โม่มองซูหลีแวบหนึ่ง แววตาฉายแววดูถูก
คุณหนูใหญ่นักเลงที่เคยอยู่สูงส่ง ต่อไปเกรงว่าจะถูกฉันขยี้แบนราบ?
แค่ไอ้ลูกหมานายทุนเท่านั้น
ซูหลีหางตามองเธอแวบหนึ่ง น้ำเสียงรังเกียจยิ่งกว่าอะไร
“ฉันอนุญาตหรือยัง? ส่องกระจกดูสิ หน้าเธอใหญ่แค่ไหน?”
หลี่โม่ลุกพรวด มองใบหน้าสวยที่แทบอยากตะครุบข่วน เลือดขึ้นหน้า
“ซูหลี แม่ฉันยอมให้เธอกลับมาก็ถือว่ามีน้ำใจพอแล้ว ยังจะอยากอยู่ห้องเดิมอีก หน้าเธออยู่ไหน?”
“หน้าฉันใหญ่โตนัก”
ซูหลีลูบหน้าตัวเอง แม้ไม่รู้ว่าเด็กสาวหน้าตาเป็นยังไง แต่สัมผัสดีจริง ๆ ลื่นเนียนละเอียด
ซูหลีรู้สึกพอใจมาก
“ซูหลี แม่เธอติดคอกวัวแล้ว คิดว่ายังเป็นเมื่อก่อนรึ? ตอนนี้ฉันเป็นคุณหนูตระกูลซูแล้ว”
“คุณหนูหลี่แห่งตระกูลซู?” ซูหลี “เหอะ” หนึ่งครั้ง ใช้น้ำเสียงโคตรกวนที่ทำให้คนตายได้ว่า
“แม่เธอแย่งที่นอนสำเร็จ หนึ่งคนได้ดี เธอก็พลอยเหยียบเมฆขึ้นสวรรค์ด้วย?
เข้าบ้านตระกูลซูมาแล้ว เธอก็ยังแซ่หลี่ไม่ใช่รึ?”
ประโยคนี้แทงเข้าจุดเจ็บของหลี่โม่โดยตรง
เป็นลูกสาวพี่เลี้ยงมาหลายปี หลี่โม่นึกฝันนับครั้งไม่ถ้วนอยากเป็นลูกสาวตระกูลซู
ตอนนี้สมปรารถนาแล้ว จะยอมให้ซูหลีพูดเพ้อเจ้อได้ยังไง?
เธอ “ว้าก” หนึ่งเสียง พุ่งเข้าไป “ไอ้นังสารเลว แค่ไอ้ลูกหมานายทุน ปล่อยให้พล่าม”
ยื่นมือมาเกร็งข่วนหน้าเล็ก ๆ ของซูหลี
รอจังหวะนี้อยู่แล้ว
ซูหลีหลีกตัว มือซ้ายกันไว้ มือขวาออกแรงบิดเข้าที่ท้องน้อยของหลี่โม่เต็มแรง
หลี่โม่กุมท้องน้อย ปวดจนขอบตาแดง
ส่วนตัวต้นเหตุกลับ “ว้าก” หนึ่งเสียง แล้วพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง ไม่ลืมใช้มือบีบที่ใบหน้าตัวเองแรง ๆ ครั้งหนึ่ง
หลี่เสี่ยวเหลียนในครัวกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของซูหลีอย่างใกล้ชิด เห็นซูหลีวิ่งออกมา ก็ตะเบ็งเสียงร้องอยากคว้าตัวเธอไว้
“ไอ้เด็กเหลือขอ เพิ่งถึงบ้านก็รังแกโม่โม่ รอเถอะ มีดีกับเธอแน่”
พูดไปพลาง มือก็ตีฉาดมาทางซูหลี อยากช่วยลูกสาวระบายอารมณ์
แต่ซูหลีราวกับปลาไหลลื่นไหล หลบหลีกการขัดขวางของหลี่เสี่ยวเหลียนในมุมคาดไม่ถึง แล้วรีบวิ่งไปทางประตูบ้าน
วิ่งไปพลาง ตะโกนเสียงดังลั่น: “ช่วยด้วย แม่เลี้ยงตีเด็ก ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
เสียงดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ กลัวคนในบ้านพักทั้งเขตจะไม่ได้ยิน
ปากร้อง มือก็คุ้ยแซกผมไม่หยุด แล้วก็รีบบีบแขนอีกหลายที
ผิวของซูหลีขาวอยู่แล้ว โดนนิดเดียวก็เป็นรอยแดง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโดนเธอบีบที่หน้าและแขนหลายที ไม่นานก็กลายเป็นสีม่วงแดง
แถมผมยุ่งเหยิง ท่าทางน่าสมเพชเวทนาที่สุด
ซูหลีปวดจนแยกเขี้ยวยิงฟัน ศึกวันนี้เสียหายหนักมาก ต่อไปต้องหาโอกาสเอาคืน
ฉันซูเสี่ยวป้าหวังกินได้ทุกอย่างยกเว้นถูกเอาเปรียบ