หลิ่วอวี้ถือรายงานความรักเข้าไปในอาคารกองบัญชาการกองพลตั้งแต่เช้าตรู่
เขาสวมชุดฝึกซ้อมตามปกติ แผ่นหลังเหยียดตรง เมื่อเจ้าหน้าที่หลายคนในโถงทางเดินเห็นเขา ต่างก็หลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว
สมาชิกหน่วยลับระดับสูงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับอาคารกองบัญชาการกองพลนัก เพราะพวกเขามักต้องเข้ามายื่นรายงานอยู่เสมอ
วันนี้จุดหมายที่หลิ่วอวี้มาทำให้เจ้าหน้าที่เวรหน้าประตูถึงกับชะงัก ที่นี่คือฝ่ายการเมืองกองพล เจ้าหน้าที่หน้าประตูเดาไม่ออกว่าเขามาทำอะไร หรือว่าจะออกจากค่ายอีกแล้ว? เมื่อวานก็เพิ่งออกไปไม่ใช่หรือ?
หลิ่วอวี้ยกมือเคาะประตู เสียงของหัวหน้าเหลียงดังมาจากด้านใน “เข้ามา”
หลิ่วอวี้เดินเข้าไป ทำความเคารพ “หัวหน้าครับ”
หัวหน้าเหลียงกำลังดูตารางจัดสรรกำลังพล เมื่อได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น ตอนเห็นหลิ่วอวี้เขายังไม่รู้สึกแปลกใจ ทว่าจากนั้นก็สังเกตเห็นรายงานกระดาษในมืออีกฝ่าย
หัวหน้าเหลียง “นี่คุณ...”
หลิ่วอวี้เดินไปที่โต๊ะ วางรายงานลง “รายงานความรักครับ”
หัวหน้าเหลียง “...”
ในห้องทำงานเงียบสนิทอยู่เต็ม ๆ 3 วินาที
หัวหน้าเหลียงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ก้มอ่านครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองหลิ่วอวี้อีกครั้ง สีหน้าซับซ้อนเกินบรรยาย เขานึกภาพไม่ออกเลยว่าหลิ่วอวี้จะมีความรักได้
หลิ่วอวี้เป็นคนสุขุม ยับยั้งชั่งใจ และเคร่งครัดจนแทบไม่มีช่องว่าง นับตั้งแต่เข้าหน่วยสือฉี ก็แทบไม่มีร่องรอยใดบนตัวเขาที่บ่งบอกว่าจะถูกความรู้สึกส่วนตัวกระทบกระเทือน
ก่อนหน้านี้หัวหน้าเหลียงเคยพูดเล่นกับพันโทจ้าวว่า ชีวิตนี้หลิ่วอวี้คงอยู่กับปืนก็อยู่กับภารกิจเท่านั้น ไม่ใช่แค่หลิ่วอวี้ สมาชิกหน่วยลับระดับสูงส่วนใหญ่ก็คงเป็นเช่นนั้น
พูดจริง ๆ แล้ว สมาชิกหน่วยลับระดับสูงหลายคนอยู่กับปืนไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็กลัวว่าอาชีพของตัวเองอันตรายเกินไป จะทำให้อีกฝ่ายต้องพลอยลำบาก บางคนยังไม่ทันถึงวันที่พ้นจากหน่วยก็เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่เสียแล้ว
แต่ตอนนี้หลิ่วอวี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมยื่นรายงานความรักให้
หัวหน้าเหลียงหรี่ตาลง มองชื่อในช่องคนรัก “ฟ่านอิง?”
หลิ่วอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง “ครับ”