ทันทีที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น ชายวัยกลางคนในชุดนักเรียนก็ปรากฏตัวในโถงหอพักนักเรียน
เมื่อรู้ตัวว่ารอดชีวิต เขาคุกเข่ากับพื้น ร่ำไห้ทั้งน้ำตาแห่งความปีติ เขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ ๆ เพราะดวงซวยเหลือเกิน เจอเพชฌฆาตเป็นฆาตกรโรคจิต ทว่าผิดคาด โชคของเขาดีมาก กลับรอดมาได้!
ผู้รอดชีวิตรายอื่นรีบเข้ามาไต่ถามสถานการณ์
“เป็นไงบ้าง เพชฌฆาตที่พวกนายเจอเมื่อคืนคือใคร”
“เป็นหญิงไร้หัว ฝาแฝดติดกัน หรือว่าคนสวนเฒ่า”
“รอดมาแค่คนเดียวงั้นเหรอ!”
ชายวัยกลางคนใช้เวลานานกว่าจะสงบลง เอ่ยว่า “เพชฌฆาตที่พวกเราเจอคือฆาตกรโรคจิต”
ทุกคนนิ่งอึ้งครู่หนึ่ง “ผิดแล้ว ถ้าเพชฌฆาตที่พวกนายเจอคือฆาตกรโรคจิต แล้วนายรอดมาได้ไง!”
ชายวัยกลางคนจะบอกว่าเขาผลักคนอื่นออกไปดึงความสนใจของเพชฌฆาตได้อย่างไร เขาลุกขึ้นจากพื้น ปาดน้ำตา สีหน้าเผยแววล้ำลึกเกินใคร “ก็เพราะข้าเก่งไง ต่อให้เป็นฆาตกรโรคจิตแล้วยังไง สุดท้ายก็ไม่ถูกข้าหลอกจนหัวหมุนเหมือนหมาอยู่ดี?”
ทันใดนั้น ทุกคนพบว่าในโถงมีคนเพิ่มมาอีกคน พวกเขาหันขวับไปมองพร้อมกัน อดไม่ได้ที่จะกระซิบวิจารณ์
“เด็กใหม่เหรอ”
“ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ก็สวยดีนะ ถ้าเคยเห็น ข้าไม่มีทางจำไม่ได้”
ชายวัยกลางคนได้ยินคำวิจารณ์พวกนี้ อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง สีหน้าฉายแววตื่นตะลึง
เซี่ยเหม่ียวเองก็เห็นเขา เธอเดินเข้ามา เตะผ่างเข้าเป้า ชายวัยกลางคนสูดหายใจลึก เอามือกุมเป้ากองกับพื้น เพื่อนชายที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินเสียงราวกับเสียงไข่แตก พากันเสียวสันหลัง
“เตะนี้ตอบแทนบุญคุณที่นายผลักฉันก่อน” เซี่ยเหม่ียวเชิดหน้า มองคนที่เจ็บจนดิ้นกับพื้นอย่างเหยียดหยาม จะยโสก็ยโสสมใจ เธอไม่สนใจคนอื่นเลย สะบัดผม หมุนตัวขึ้นบันไดไป
ในกระเป๋าเธอมีกุญแจพร้อมเลขห้องเพิ่มมาอันหนึ่ง คือ 404 เธอเดาว่าหอพักตัวเองคงอยู่ชั้นสี่
คนอื่นมองชายที่อยู่บนพื้น ต่างซ่อนรอยยิ้มเยาะเย้ยและดูถูก ความจริงเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ละคนต่างก็ทำอะไรที่ไร้ยางอายกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย เรื่องนี้ไม่อัปยศ ที่อัปยศคือชายคนนี้ก่อนหน้านี้ทำท่าเก่งกาจอย่างกับจอมขมังเวทร์ แต่ชั่วพริบตาถัดมาก็โดนตบหน้า
“อะไรของเขา หลอกฆาตกรโรคจิตจนหัวหมุนเหมือนหมางั้นเหรอ”
“ข้าว่านะ เขาถูกเพชฌฆาตไล่จนหัวซุกหัวซุนเหมือนหมา ต้องหาแพะรับบาปเอาตัวรอดต่างหาก”
“แล้วนี่ก็ฆาตกรโรคจิตอีก ใครไม่รู้บ้างว่าฆาตกรโรคจิตไม่ปล่อยให้ผู้รอดชีวิตรายไหนรอดไปได้ ในเมื่อพวกเขารอดจากเมื่อคืนมาได้ แสดงว่าเขากำลังโกหก เพชฌฆาตเมื่อคืนไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต”
ชายวัยกลางคนฟังคำเยาะเย้ยของทุกคน แต่เขาไม่มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์คำพูดของตน ทว่าเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าคือ ทำไมเซี่ยเหม่ียวถึงรอดชีวิต?
เขาผลักเธอไปต่อหน้าฆาตกรโรคจิตชัด ๆ เธอรอดมาได้อย่างไร!?
อีกด้านหนึ่ง อาคารหอพักเหล่าเพชฌฆาต
คนสวนเฒ่าสวมหมวกฟาง มือถือกรรไกรตัดกิ่งไม้ที่สูงกว่าตัวคน แต่งแต้มดอกไม้ใบหญ้าด้านนอก ด้วยความทะนุถนอมของเขา ต้นไม้ดอกไม้ที่นี่เติบโตสูงและสวยงาม พลังชีวิตที่เบ่งบานทำให้ใจปลอดโปร่ง
ทว่าในดงดอกไม้ใบหญ้า มีสตรีไร้ศีรษะในชุดขาวนั่งยองอยู่ที่พื้น ง่วนอยู่กับการใช้มือขุดคุ้ยดิน ขุดหัวเน่า ๆ ออกมาทีละหัว
นางคลำหัวแต่ละหัวพอรู้ว่าไม่ใช่หัวของตัวเอง ก็โยนหัวในมือทิ้งอย่างไม่แยแส
คนสวนเฒ่าอารมณ์ดี กล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ที่นี่ไม่มีหัวของเจ้า อยากไปหาที่อื่นไหม”
“แน่ล่ะ ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดว่าชอบข้า มันหลอกข้านี่!”
ไม่ไกลออกไป มีเสียงเกรี้ยวกราดดังมา คนสวนเฒ่าเงยหน้าขึ้นมอง
เด็กหนุ่มผ้าพันแผลนั่งยองไร้ภาพลักษณ์อยู่ริมน้ำ ดวงตาไร้ชีวิตชีวาเอ่อคลอด้วยโทสะ ปากก็พร่ำด่าไม่หยุด “นางต้องใช้กลอะไรนั่น... กลอะไรนั่นแน่...”
อสูรร้ายรูปร่างคนที่ไม่มีขนอยู่ข้าง ๆ ผิวกายเหี่ยวแห้ง เอ่ยว่า “กลสาวงาม”
ตรงหน้าอกของมันมีรอยแยก ตรงนั้นมีอสูรตัวเล็กที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ แต่ดูเล็กกว่า มีเพียงครึ่งตัว มองแล้วสยองหัวลุก
อสูรตัวเล็กพูดตาม “กลสาวงาม”
“ใช่ กลสาวงามนี่แหละ!” เด็กหนุ่มผ้าพันแผลไม่สันทัดด้านการเรียนรู้ พอถูกเตือนก็แจ่มแจ้งทันที “ผู้หญิงนั่นคิดกลอุบายชั่วร้ายถึงเพียงนี้มาหลอกตาข้า ช่างเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกว่าพวกเราเสียอีก น่าชัง ข้าจะฆ่านางให้ได้ จะตัดผมดำขลับนุ่มสลวยดุจแพรไหมนั่น ตัดควักลูกตาสีดำประดุจอัญมณีนั่น ทะลวงปากที่แดงแจ่มกว่าดอกกุหลาบนั่น ถลกหนังที่ขาวกว่าหิมะนั่นออกให้หมด ดูซิว่านางจะหลอกใครได้อีก!”
ฝาแฝดติดกันทั้งพี่ทั้งน้องมองหน้ากัน รู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเรียกเด็กหนุ่มผ้าพันแผลว่าเจ้าทึ่มนั้นไม่ใช่ไม่มีเหตุผล
เด็กหนุ่มลุกขึ้น เดินวนไปมา กัดเล็บนิ้วโป้ง แววตาขาวซีดเผยประกายปัญญาหลักแหลม “ดีนะที่ข้าฉลาด ไม่ถูกนางหลอก”
อสูรใหญ่พูดว่า “ถ้าไม่ถูกนางหลอก แล้วเมื่อคืนไฉนไม่ฆ่านางเสีย”
อสูรเล็กพูดตามว่า “ใช่ ๆ ไฉนไม่ฆ่านางเสีย”
เด็กหนุ่มจ้องกลับมา “ข้านี่แหละใช้แผนซ้อนกล ให้นางคิดว่าข้าติดกับ แต่จริง ๆ แล้วข้าหาได้ติดกับไม่ รอจังหวะที่นางเผลอ ข้าจะใช้มีดเชือดคอนาง สีหน้าสิ้นหวังของนางต้องทำให้หัวใจของนางโอชะยิ่งกว่าเดิมแน่!”
ฝาแฝดติดกันลากเสียงยาว “อ๋อ”
เด็กหนุ่มครุ่นคิดแล้วยิ่งรู้สึกว่าตนควร “ใช้แผนซ้อนกล” เขาจึงตื่นเต้น คว้ามีด ฝีเท้ารวดเร็ววิ่งไปไกล ส่วนกฎที่ว่ายามกลางวันเพชฌฆาตกับผู้รอดชีวิตห้ามติดต่อกัน ในตัวเขาถูกเลือกที่จะลืมไปเสียสนิท
สองพี่น้องฝาแฝดติดกันเอ่ยพร้อมกัน “เขาใช่ทึ่มไหมนี่”
เซี่ยเหม่ียวไม่คาดคิดว่าการสวมบทบาทที่นี่สมจริงได้ถึงเพียงนี้ เวลากลางวันยังต้องนั่งเรียนในห้องตามตารางสอน ชายวัยกลางคนนั่นยังเรียนห้องเดียวกับเธอ เธอก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายวัยกลางคนคนนี้ชื่อหลินเกาซาน
หลินเกาซานหน้าแก่เกินวัย เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เป็น NPC ที่ถูกตั้งไว้ พวกเขาก็ไม่รู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมชั้นที่เด็กจนเรียกอาได้มีอะไรผิด
หลินเกาซานจ้องมองมาทางเซี่ยเหม่ียวไม่วางตา เขายังเดาไม่ออกว่าเซี่ยเหม่ียวมีดีอะไร ถึงรอดชีวิตจากไอ้ปากฉีกมาได้
กว่าจะทนจนถึงเวลากินข้าวเที่ยง ผู้คนกลุ่มหนึ่งวิ่งไปทางโรงอาหาร เซี่ยเหม่ียวปล่อยไปตามน้ำ วิ่งตามพวกเขา ออกจากตึกเรียน จู่ ๆ ก็รู้สึกผิดปกติ ก้มดู ที่ตะแกรงปิดร่องน้ำใต้เท้ามีดวงตาไร้ชีวิตคู่หนึ่งโผล่ขึ้นมา
คนอำมหิตซ่อนตัวอยู่ในมุมอับชื้น จ้องเธอเขม็ง
เนิบ ๆ ดวงตาของเขาหรี่ลง เล็กลงและเป็นประกายอันตราย
“เฮ้ย ข้าดูเจ้าแตกฉานแล้ว เจ้าอยากหลอกข้า...”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ขัดจังหวะเขา
“เจ้าแอบดูข้า!!!”
เซี่ยเหม่ียวกุมชายกระโปรงไว้ ถอยกรูดไปหลายก้าว
เขาอึ้งเล็กน้อย “ไม่ใช่ ข้าไม่มีงานอดิเรกแอบดู”
ทว่าเธอผู้กำลังตื่นเต้นไม่ยอมฟังคำอธิบายของเขาเลยสักนิด “คนแรกที่ข้าชอบดันเป็นโรคจิต ข้าไม่อยากคบกับเจ้าแล้ว!”
เธอหันหลังวิ่งหนี พร้อมหัวใจสาวน้อยที่แตกสลายนั้น
เด็กหนุ่มที่ซ่อนในความมืดมิดทำหน้างง
น่าประหลาด
นี่เขาถูกบอกเลิกหรือนี่
เดี๋ยวก่อน มันมีตรงไหนผิดปกติหรือเปล่า!?