กู้ฟานยึดติดกับชาติกำเนิดของตัวเองมาโดยตลอด
“ดูออกเลยว่านายเกลียดพ่อของตัวเอง?”
ฉินเหล่าเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า
“สามีที่จากไปโดยไม่บอกกล่าว พ่อที่ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู แล้วผมจะมีเหตุผลอะไรที่ไม่เกลียดเขาล่ะ?”
วีรบุรุษคนแรกในใจของเด็กทุกคนคือพ่อของตัวเอง
แต่ตั้งแต่กู้ฟานเริ่มรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อพ่อก็มีเพียงความชิงชัง!
ถ้าพ่อของเขามีความรับผิดชอบสักนิด เขา กู้เมิ่ง และแม่ก็คงไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากขนาดนั้นตอนเด็ก!
“ฉันคิดว่าการจากไปของพ่อนายอาจมีเหตุผลที่พูดไม่ได้”
“เหตุผลที่พูดไม่ได้งั้นเหรอ?”
ฉินเหล่ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ตอบคำถามของกู้ฟานอีก
กู้ฟานรู้กาลเทศะ จึงไม่ได้ถามต่อ
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์ก็จอดลงด้านนอกสุสานอันมืดมิดแห่งหนึ่ง
“ฉินเหล่า? ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ?”
ชายเฝ้าสุสานคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมไม้เท้า บนร่างเต็มไปด้วยรอยแผลน่ากลัวนับไม่ถ้วน
“พาคนมารำลึกถึงพี่น้องและรุ่นพี่ที่หลับใหลอยู่ที่นี่”
“ฉันจะเข้าไปเดินดูข้างในกับน้องกู้ พวกนายรออยู่ตรงนี้แหละ!”
พูดจบ ฉินเหล่าก็พากู้ฟานมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของสุสาน
ตลอดทางมีป้ายหลุมศพตั้งเรียงราย บนป้ายแต่ละแผ่นสลักชื่อสมาชิกกลุ่มอัศวินผู้พลีชีพเพื่อชาติไว้!
กู้ฟานอดไม่ได้ที่จะสำรวมท่าที
ฉินเหล่าเดินไปพลางพูดไปพลาง “น้องกู้ คงเดาได้แล้วว่าตาแก่อย่างฉันมาจากกลุ่มอัศวิน”
กู้ฟานพยักหน้า
เดาไม่ยากเลย
แต่กู้ฟานไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรกับองค์กรอัศวิน
เขามั่นใจมากว่า หากตัวเองเข้าไปพัวพันกับกลุ่มอัศวินเข้าเมื่อไร ต้องมีปัญหาตามมาไม่รู้จบแน่นอน
“ขอแนะนำตัวกันใหม่ ฉินชางหลาน ผู้นำกลุ่มอัศวินคนปัจจุบัน!”
