บรรยากาศในที่เกิดเหตุเงียบสนิท
คนของสมาคมวายุเมฆาพากันถอยหลังไปอีกหลายก้าว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้กู้ฟานเลย!
“ท่านประธาน...”
มีคนเข้าไปประคองเซียวเฉินขึ้นมา
“ฉันไม่เป็นไร”
เซียวเฉินกลืนเลือดข้นลงไป สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ก่อนจะมองกู้ฟานที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
นี่เป็นการต่อสู้ที่ถูกบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว!
เขาแพ้ก็ไม่ได้น่าอับอายเลยสักนิด
“เอาละ ทีนี้ก็ตอบคำถามฉันได้แล้ว จะยอมสวามิภักดิ์หรือจะตาย?”
กู้ฟานเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
สีหน้าเซียวเฉินย่ำแย่ลง เขาเหลือบมองสมาชิกระดับแกนหลักของสมาคมวายุเมฆา แล้วคิดถึงโอกาสชนะหากสู้ตายกับกู้ฟาน
สุดท้ายเซียวเฉินก็ส่ายหน้า จากที่เขารู้ถึงฝีมือของกู้ฟาน
หากเขาสู้กับกู้ฟานจนตัวตายโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น จุดจบย่อมเป็นการที่คนทั้งสมาคมวายุเมฆาถูกฆ่าจนหมดแน่นอน!
“ฉันยอมสวามิภักดิ์!”
เซียวเฉินถอนหายใจ ก่อนคุกเข่าข้างหนึ่งให้กู้ฟาน “นับจากนี้ สมาคมวายุเมฆาจะยกคุณกู้เป็นใหญ่!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่ทั่นฮวาก็ยืนตะลึงราวกับถูกสาป
เซียวเฉิน ประธานสมาคมวายุเมฆา ถึงกับคุกเข่าให้กู้ฟาน!
ในชั่วขณะนั้น หลี่เทียนหาวดีใจจนแทบคลั่ง เขารู้แล้วว่าตัวเองเดิมพันถูก!
กู้ฟานคือโอกาสที่เขาเฝ้ารอมาตลอด!
อีกด้านหนึ่ง หงเลี่ยงยืนนิ่งงันเมื่อเห็นเซียวเฉินยอมสวามิภักดิ์
“แย่แล้ว...”
หงเลี่ยงมองหลี่ทั่นฮวาที่กำลังดีใจสุดขีด ก็รู้ว่าคราวนี้ตัวเองเลือกผิดแล้ว!
หงเลี่ยงรีบโทรหาพ่อ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามความจริง
“โง่เง่า! โง่จนเกินเยียวยา!”
“ลูกอกตัญญู! ไอ้ไร้ประโยชน์!”
อีกฝั่งของสาย หงอู่เหย่ด่ากราดด้วยความโมโห “ลืมแล้วหรือว่าฉันบอกแกไว้ยังไง จะไม่ลงเดิมพันก็อย่าลงตั้งแต่แรก หรือไม่ก็อย่าทำตัวเป็นคนสองใจ! สมาคมวายุเมฆาจะแข็งแกร่งแค่ไหนแล้วไง แกคิดว่ากู้ฟานเป็นคนโง่หรือ? ในเมื่อเขากล้าบุกไปคนเดียว ก็ต้องมีความมั่นใจของตัวเอง กู้ฟานยังไม่กลัว แล้วแกจะกลัวบ้าอะไร!”
