กู้ฟานเองก็ไม่แน่ใจว่าสมาคมหงซิงกับองค์กรเงาดำมีความสัมพันธ์ร่วมมือกันหรือไม่
จากที่กู้ฟานคาดการณ์ไว้ มีโอกาสสูงว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้ร่วมมือกัน
สมาคมหงซิงไม่มีเหตุผลให้เข้ามาพัวพันกับเรื่องยุ่งยากนี้
แต่กู้ฟานมั่นใจได้ว่า ด้วยความสามารถของหงอู่เหย่ เขาต้องรู้แน่ว่าองค์กรเงาดำกำลังทำอะไรอยู่ ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้แค่แสร้งทำเป็นไม่รู้อะไร แล้วก็ไม่อยากล่วงเกินใครเท่านั้น!
หงอู่เหย่มองท่าทีไม่ยอมเลิกราของกู้ฟานแล้วถอนหายใจ “เฟินเส้า คุณก็เป็นคนที่เคยอยู่ในยุทธภพมาก่อน น่าจะรู้ว่าที่นี่มีกฎของที่นี่ ผมบอกคุณได้อย่างตรงไปตรงมาว่า องค์กรเงาดำไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมหงซิงของเราเลย เพราะฉะนั้นคุณมาผิดที่แล้ว!”
หงอู่เหย่พูดเพียงว่าสมาคมหงซิงไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรเงาดำ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองไม่รู้ว่าองค์กรเงาดำกำลังทำอะไร
“หวังว่าหงอู่เหย่จะบอกตำแหน่งขนส่งทางทะเลขององค์กรเงาดำให้ผมได้”
กู้ฟานยังคงยืนกราน
“เฟินเส้า! อย่าได้คืบจะเอาศอก! พ่อฉันไว้หน้าคุณมากพอแล้ว! คิดจริง ๆ เหรอว่าชื่อเสียงของเฟินเส้าจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้น? หรือคิดว่าสมาคมหงซิงของฉันรังแกได้ง่าย ๆ!”
หงเลี่ยงจ้องกู้ฟานด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
เขาไม่ชอบท่าทางวางอำนาจของกู้ฟานมานานแล้ว!
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอบเขตวิถีบู๊ยังไปถึงจุดสูงสุดของระดับบี และพร้อมจะรับช่วงดูแลสมาคมหงซิงได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้กู้ฟานบุกมาถึงถิ่น หากไม่ใช่เพราะผู้เฒ่าของบ้านคอยห้ามไว้ เขาคงลงมือไปนานแล้ว!
“เสี่ยวเลี่ยง อย่าเสียมารยาท!”
หงอู่เหย่ยิ้มพลางกล่าวว่า “เฟินเส้า โปรดยกโทษให้ด้วย ผมคงบอกอะไรคุณไม่ได้แล้ว วันนี้ผมไม่รั้งคุณไว้กินข้าว เฟินเส้า เชิญกลับได้เลย!”
หงอู่เหย่เอ่ยปากไล่แขกตรง ๆ
แต่กู้ฟานกลับไม่สะทกสะท้าน
“ไอ้แซ่กู้ ยังไม่ไสหัวไปอีก?”
หงเลี่ยงพูดเสียงเย็น
