แต่ในจังหวะที่โทรศัพท์กำลังจะโทรออก ซูเฮ่ายวนก็เอ่ยขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อนครับ”
เสี่ยวหวังชะงักมือแล้วหันไปมองเขา
ซูเฮ่ายวนชี้ไปทางทะเลสาบเขื่อน
“ถ้าแค่เอาศพขึ้นมา ดูเหมือนไม่ต้องรอทีมกู้ภัยเฉพาะทางก็ได้นะครับ ผมช่วยได้เหมือนกัน”
“ถ้ารีบกู้ศพขึ้นมาได้ การสอบสวนขั้นต่อไปก็น่าจะเร็วขึ้นด้วยไม่ใช่เหรอครับ?”
พอได้ยินแบบนั้น สายตาที่เสี่ยวหวังมองเขาก็เปลี่ยนไปทันที
ระหว่างทางที่มา เขาถามเสี่ยวฟ่างแล้วว่าวันนี้มีภารกิจอะไรกันแน่
เสี่ยวฟ่างไม่ได้ปิดบัง บอกเขาตรง ๆ ว่าคนที่แจ้งตำรวจครั้งนี้ก็คือหนุ่มคนที่ทำให้ดาวเทียมตกลงมาในวันตรุษจีน
เพราะอย่างนั้น ตอนนี้เสี่ยวหวังจึงรู้ดีว่าซูเฮ่ายวนไม่ใช่สตรีมเมอร์ธรรมดา
แต่ถึงจะรู้ก็เถอะ
การกู้ศพก็ยังเป็นคนละเรื่องกับการทดสอบสิ่งประดิษฐ์
เขาจึงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“เราเข้าใจเจตนาของคุณนะ แต่งานกู้ศพแบบนี้ ให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการจะปลอดภัยกว่า”
เห็นซูเฮ่ายวนดูเหมือนไม่ค่อยเข้าใจ เสี่ยวหวังก็อธิบายต่อ
“คุณอาจไม่รู้ ถ้าศพแช่อยู่ในน้ำนาน ๆ เนื้อเยื่อในร่างกายจะเปราะบางมาก”
“เส้นใยกล้ามเนื้อจะเน่าเปื่อย ส่วนกระดูกและข้อต่อก็ไม่มั่นคงเหมือนเดิม”
“ถ้าฝืนลากในสภาพแบบนี้ แขนขาอาจหลุดหรือเสียหายได้ทันที”
“ถ้าศพถูกทำลาย การตรวจพิสูจน์ของหมอนิติเวช การประเมินบาดแผล รวมถึงการเก็บหลักฐานก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
“ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยให้ทำคดีเร็วขึ้นไม่ได้ เผลอ ๆ ยังทำลายเบาะแสสำคัญอีกต่างหาก”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
ซูเฮ่ายวนฟังจบก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
ตอนนี้เองเขาถึงเข้าใจว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่รับสายถึงย้ำเตือนเขาหลายครั้งว่าอย่าไปแตะต้องที่เกิดเหตุเด็ดขาด
