แต่ทันทีที่พูดจบ
เสิ่นอวี่ถังก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันใด
เธอเงยหน้าขึ้นเอามือปิดใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเองเงียบ ๆ ลำคอขาวเนียนทั้งหมดกลายเป็นสีชมพู ราวกับดอกซากุระที่ค่อย ๆ ผลิบานบนลานหิมะ
เสิ่นอวี่ถังพูดเสียงอู้อี้ว่า “เปล่านะ… ฉันพูดมั่วไปงั้นเอง”
“ผมได้ยินนะ” เฮ่อจิ้นดึงมือเธอออก แล้วกดข้อมือเธอยกขึ้นเหนือศีรษะ บังคับให้เธอประสานสายตา “เด็กน้อย ผมก็ต้องการคุณเหมือนกัน”
“…”
อ๊ากกก!
เสิ่นอวี่ถังรู้สึกเพียงว่าอากาศรอบตัวกำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนหายใจลำบาก
วันนี้เธอใส่ชุดเดรสสีดำเรียบง่าย
ดีไซน์สายไขว้รูปโบว์ที่หน้าอก ชายกระโปรงยาวคลุมโคนขาขาวเนียนพอดี เผยให้เห็นความเปรียบต่างของสีสันอย่างชัดเจน
ราวกับภาพวาดหมึกจีนที่ประกอบด้วยสีขาวดำเทา ยิ่งขับเน้นเรือนร่างอรชรราวหิมะและหยก
มืออีกข้างของเฮ่อจิ้นค่อย ๆ เคลื่อนจากใบหน้าของเธอลงมาทีละนิด ปลายนิ้วแตะผ่านคางและลำคอ มาจนถึงเอว แล้วก็…
เฮ่อจิ้นสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำคู่นั้นยิ่งอ่านยากขึ้นไปอีก เหมือนจะดูดเธอเข้าไปข้างใน
“คุณ… แล้วนะ”
เสิ่นอวี่ถังกัดริมฝีปากแล้วปฏิเสธ “ฉันเปล่านะ!”
เฮ่อจิ้นกดเธอไว้ ลมหายใจที่เป่ารดร้อนผ่าวยิ่ง แทบจะละลายเธอให้มลายหายไป “ยังจะบอกว่าเปล่าอีก?”
บังเอิญจังหวะนั้น ฝนที่หยุดตกไปแล้วข้างนอกก็เทลงมาอีกครั้งซ่า ๆ
เสิ่นอวี่ถังหอบหายใจ แทบอยากจะเอามือปิดปากเขา “พอ อย่าพูดแล้วนะ!”
แต่ไม่คาดคิดว่าในวินาทีถัดมา เฮ่อจิ้นก้มหน้าลงตรง ๆ แล้วใช้ฟันค่อย ๆ ดึงโบว์ริบบิ้นตรงชุดด้านหน้าของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ ถอยหลังไป
ท่วงท่าและแววตาของชายหนุ่มเย้ายวนชวนให้ใจเต้นแรงจนแทบขาดใจ
