ใต้ร่มเงาไม้ข้างสนามกีฬา
ฟู่หานเซิงสวมเชิ้ตสีขาวเก่า ๆ ดูโทรม หมดอาลัยตายอยาก มาดสูงส่งเย็นชาที่เคยมีสูญสลายไปนานแล้ว
ใจของเขาว่างเปล่า หลังรับใบปริญญากับใบประกาศจบการศึกษา จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเฮฮาจากสนาม
——“แต่งงาน! แต่งงานกันเถอะ ไม่แต่งก็ไม่รู้จะจบยังไงแล้วนะ?!”
——“กรี๊ดดด โอ๊ย หวานเกินไปแล้ว! รุ่นพี่ต้องแจกลูกกวาดให้พวกเรานะ!”
——“จูบ! จูบ! จูบ!”
ในห้วงภวังค์เลือนลาง
เหมือนเขาได้ยินใครตะโกนชื่อ “เสิ่นอวี่ถัง”
เป็นเธอหรือเปล่า?
หัวใจของฟู่หานเซิงบีบรัดแน่น ราวกับถูกมือล่องหนกำอย่างแรง ความขื่นขมที่ทำให้หายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา
ขาเขาก้าวเดินไปกลางสนามโดยไม่รู้ตัว ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ สุดท้ายยังหลงเหลืออยู่ก้นบึ้งหัวใจ
รีบฝ่าช่องว่างระหว่างกลุ่มคน
เห็นเพียงกลางวงล้อม เฮ่อจิ้นสวมแหวนเพชรให้เสิ่นอวี่ถัง จากนั้นก็โอบเอวบางนุ่มของเธอ ก้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากของเธอหนักแน่น
สมองของฟู่หานเซิงพังทลายว่างเปล่าทันที
เท้าชะงักแข็ง ราวกับร่วงหล่นลงไปในบ่อน้ำแข็ง
เฮ่อจิ้นถึงกับ…จูบเธอต่อหน้าคนมากมาย……
ทุกภาพตรงหน้าเหมือนมีดคมกรีดเข้าไปในดวงตา เจ็บปวดจนแทบขาดใจ
กระทั่งเวลาล่วงเลยถึงช่วงค่ำ
ฟ้าครึ้มหม่น ฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ
เสิ่นอวี่ถังอยู่ที่ตึกคณะทำเรื่องเอกสารเพิ่มเติม ให้เฮ่อจิ้นไปรอในรถก่อน
ทำเรื่องเสร็จออกมา ฝนก็เทหนักขึ้น เม็ดฝนกระทบพื้นร่มดังเพลาะ ๆ
“เสิ่นอวี่ถัง…ถังถัง……”
เสียงผู้ชายที่คุ้นหูดังมาจากข้างหลัง แฝงความคาดหวังและวิงวอนด้วยความระมัดระวัง
