— อายุไม่น้อยแล้ว
— เขียนพินัยกรรม
เจ็ดคำนี้ดังก้องกัมปนาท
ในชีวิตของโจวจี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดสองประโยคนี้กับเขา
เจียงเยว่ขมวดคิ้ว คำพูดของเธอน่าจะไม่มีปัญหานี่นา ทำไมโจวจี้ถึงไม่เข้าใจล่ะ?
สาวน้อยพูดตรง ๆ ว่า "นายควรทำพินัยกรรมได้แล้ว"
โจวจี้วางปากกาหมึกซึมในมือลง เงยหน้ามองเธอ แล้วถามว่า "อยากดูผลตรวจสุขภาพของฉันเมื่อเดือนที่แล้วไหม?"
เจียงเยว่ไม่ตอบ
โจวจี้พูดต่อว่า "ทุกอย่างปกติดี ช่วงสองสามปีนี้คงยังไม่ตายหรอก"
สาวน้อยส่งเสียงอ้ออย่างมีนัย โจวจี้กลับได้ยินความเสียดายจากเสียงอุทานนั้น
ใช่แล้ว เสียดาย
ราวกับเธออยากให้เขารีบตายเสียเดี๋ยวนี้
โจวจี้ลุกขึ้น เดินมาหาเธอแล้วกุมมือเธอไว้ อดบีบสองทีไม่ได้ "ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากให้ฉันเขียนพินัยกรรม?"
นิ้วมือของเธอนุ่มมาก
ดูเรียวเล็ก กระดูกเล็กบอบบาง สัมผัสแล้วนุ่มนิ่ม
เจียงเยว่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง "เมื่อกี้ฉันดูละครเรื่องหนึ่ง พระเอกประสบอุบัติเหตุกะทันหันจนตาย แต่ภรรยากลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง"
เธอจ้องเขาด้วยดวงตากลมดำฉ่ำน้ำ ไม่กะพริบตา "ฉันกลัวว่านายจะตายกะทันหัน แล้วฉันก็จะไม่ได้แบ่งเงินด้วย"
ที่แท้ก็ยังห่วงแต่ทรัพย์สินของเขา
ไม่คิดจะปิดบังสักนิด แม้แต่คำโกหกเพราะ ๆ ก็ยังขี้เกียจพูด
ชายหนุ่มมองอย่างเคลือบแคลง เงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามว่า "จริงเหรอ?"
เจียงเยว่ดูจริงใจเป็นพิเศษ น้ำเสียงอ่อนหวาน "จริงสิ"
หลอกเขาทั้งนั้น
ไม่จริงเลย
เธออยากให้เขาเขียนพินัยกรรมยกเงินให้เธอ แล้วตายเสียในวันรุ่งขึ้นใจจะขาด
โจวจี้ส่งเสียงอืมเบา ๆ มือยังคงบีบมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ราวกับติดใจสัมผัสนั้น
เจียงเยว่ไม่ได้มาสานสัมพันธ์กับเขาเสียหน่อย เธอไม่ชอบใกล้ชิดกับเขาแบบนี้ จึงพยายามดึงมือออกแต่ไม่สำเร็จ เธอข่มอารมณ์หงุดหงิดแล้วถามว่า "งั้นนายเรียกทนายมาทำพินัยกรรมตอนนี้เลยได้ไหม ถ้านายตายก็ยกเงินทั้งหมดให้ฉัน"
