เดิมที เวลานี้เจียงเยว่น่าจะเข้านอนไปแล้ว
แต่คืนนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ หลับตาพลิกตัวไปมาจนผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่ง่วง สุดท้ายจึงลุกขึ้นนั่ง เปิดไฟในห้องนอน
เจียงเยว่โยนความผิดเรื่องนอนไม่หลับให้ชาที่ดื่มไปตอนเย็น
เธอสวมเสื้อคลุมตัวหนึ่งแล้วลงไปชั้นล่าง
พวกคนรับใช้ในวิลล่ายังไม่เข้านอนเร็วขนาดนั้น พอเห็นคุณนายลงมาตอนดึก แต่ละคนก็จำต้องกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาคอยปรนนิบัติเธอ
"คุณนายต้องการอะไรก็บอกพวกเราได้เลยนะคะ"
แม้ช่วงนี้คุณนายจะไม่ค่อยอาละวาด ระบายอารมณ์ใส่พวกเธอแล้วก็ตาม
แต่ปกติคุณนายก็ยังเลือกมาก ทั้งอาหาร เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ล้วนต้องมีคุณภาพสูง หากไม่ถูกปาก เธอก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ขมวดคิ้วนิด ๆ จนใคร ๆ ก็ดูออกว่าไม่ชอบ
ตอนนี้เจียงเยว่อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว เธอจึงพูดเสียงเรียบว่า "พวกเธอกลับไปพักเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน"
ห้องนั่งเล่นกลับมาเงียบสงบ
แสงจันทร์กระจ่างสาดลงเต็มบานหน้าต่างสูงจรดพื้น
เจียงเยว่หยิบไวน์แดงจากตู้ แล้วเลือกแก้วก้านสูงใบโปรด รินลงไปครึ่งแก้ว ก่อนจิบเบา ๆ สองอึก
รสแรกฝาดเล็กน้อย แต่ทิ้งรสหวานไว้ในปาก
ตอนโจวจี้กลับถึงบ้าน ภาพที่เห็นคือภรรยาซึ่งดูเหมือนกำลังกรึ่มได้ที่
หญิงสาวสวมชุดสายเดี่ยวผ้าไหมเนื้อนุ่มลื่น เอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟา แก้มเปล่งปลั่ง ผิวขาวผ่องแต้มสีระเรื่อจาง ๆ
ดวงตาของเธอฉ่ำวาว นัยน์ตาดำสนิทใสกระจ่าง ทั้งร่างเอนพิงหมอนด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ชายกระโปรงกองขึ้นมาถึงต้นขาโดยไม่ตั้งใจ
