เจียงจื้อรู้สึกได้ว่าโทสะร้อนระอุค่อย ๆ สงบลง จนมอดดับสนิท หัวใจและปอดราวกับถูกลมหนาวหอบหิมะถาโถมเข้ามาแช่แข็ง
เมื่อก่อนเขาคิดว่า ถ้าตัดขาดจากเธอได้อย่างสิ้นเชิงก็คงเป็นเรื่องที่เขาปรารถนาที่สุด
แต่พอต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านอย่างไม่ปิดบังของเธอจริง ๆ ในใจกลับมีความเจ็บปวดผุดขึ้นเป็นริ้ว ๆ ราวกับถูกเหล็กในผึ้งแทงเบา ๆ เพียงครั้งเดียว ไม่ได้เจ็บอยู่นาน
เจียงจื้อมองเธอ ดวงตาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธหรือเปล่า
สายตาคมกริบราวกับเธอเป็นอันธพาลที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก
เขาเม้มปาก น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ทำเรื่องเลวร้ายไว้มาก สักวันก็ต้องได้รับผลกรรม"
เด็กหนุ่มผู้หยิ่งทะนงไม่แพ้ใครยังไม่รู้จักก้มหัวให้ใคร พูดจบก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ลังเล แม้แต่แผ่นหลังก็ยังดูเด็ดเดี่ยว
เจียงเยว่สัมผัสได้เต็ม ๆ ว่าน้องชายงี่เง่าของเธอจริงใจกับนางเอกแค่ไหน ถึงได้รีบแจ้นมาทวงความยุติธรรมให้อีกฝ่าย
เจียงเยว่โมโหจนอยากหัวเราะ ขอบตาร้อนผ่าว เธอหันไปมองโจวจี้ เชิดคางขึ้นเล็กน้อย "นายก็จะมาสั่งสอนฉันด้วยหรือไง?"
พูดตามตรง การที่เจียงเยว่ตอบคำถามของเจียงจื้ออย่างตรงไปตรงมาโดยไม่หลบเลี่ยงเมื่อครู่ เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของโจวจี้
โจวจี้คุ้นชินกับเธอที่โกหกเป็นไฟ แล้วยังโยนความผิดให้คนอื่นทุกครั้งที่เกิดเรื่อง
ความ "จริงใจ" ของเธอทำให้เขาไม่ชิน แถมยังทำให้เขามองเธอเปลี่ยนไปไม่น้อย
พูดให้ไม่น่าฟังก็คือ นี่นับเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นใจอย่างหนึ่ง
ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ทำเรื่องเลวแล้วยังอวดดี วางอำนาจ ชวนให้คนรังเกียจ
