เจียงเยว่เฝ้ารอให้โจวจี้เอ่ยปากขอหย่ากับเธออย่างเด็ดขาดเหมือนในเนื้อเรื่องต้นฉบับมาโดยตลอด โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายทางจิตใจ และค่าเลี้ยงดูเธอไปตลอดชีวิตให้มากพอ
แม้เธอจะเอาแต่ใจและถือตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่รู้จักแต่ทำเป็นหยิ่ง
ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบกันอยู่ตอนนี้ หากเธอเป็นฝ่ายขอหย่าเอง แถมยังยืนกรานว่าจะหย่าให้ได้ สิ่งที่เธอจะได้รับก็มีน้อยมาก
เธอยังตั้งหลักได้ไม่มั่นคง จะโง่เขี่ยบันไดที่ตัวเองใช้ปีนขึ้นไปทิ้งทำไม
ถ้าโจวจี้เป็นฝ่ายขอหย่า คนที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็จะกลายเป็นเขา เขาต้องวิงวอนให้เธอเซ็นใบหย่า ถึงตอนนั้นเธอก็จะเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้อย่างสมเหตุสมผล
แถมยังได้ระบายความอัดอั้นที่ต้องทนมาตลอดชีวิตคู่กับเขาออกมาให้หมด ทั้งเสียเวลาในวัยสาวไปตั้ง 5 ปี แล้วยังมีประวัติการแต่งงานกับลูกชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
ฟังดูน่าเวทนาสุด ๆ ใครได้ยินก็ต้องเศร้า ใครได้ฟังก็คงน้ำตาร่วง
ถ้าโจวจี้ยังเป็นคนอยู่บ้าง เขาก็ควรพยายามชดเชยให้เธออย่างเต็มที่
แต่เจียงเยว่สงสัยในความเป็นคนของโจวจี้มาตลอด
ตอนนี้พอเจียงเยว่รู้ว่าโจวจี้ตั้งใจจะให้เธอออกจากการหย่าแบบมือเปล่า ความโกรธก็ลุกโชนขึ้นมาเหมือนไฟ
รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไร
แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเลวได้ขนาดนี้!
เจียงเยว่ทนไม่ไหวจนต้องถามระบบว่า "แกพูดได้แค่ในหัวฉันเหรอ ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นเลยหรือไง? อย่างเช่นโอนทรัพย์สินของโจวจี้มาให้ฉันทั้งหมด"
