ในห้องทำงานมีคนอยู่สองคน
คนหนึ่งอายุสี่สิบกว่า
รูปร่างท้วมนิด ๆ
สวมเสื้อโปโลสีเทา
อีกคนอายุราวห้าสิบปี มีกระเป๋าเอกสารวางอยู่ข้างมือ
ทั้งสองหันมามองกู้ชวนพร้อมกัน
ชายเสื้อเทาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณเป็นใคร?”
“ลูกค้าที่กำลังกินข้าวอยู่ชั้นบนครับ”
กู้ชวนชี้ออกไปด้านนอก
“เมื่อกี้เดินผ่านมาพอดี”
“ได้ยินพวกคุณคุยกันว่ากำลังจะเซ้งร้านอาหาร”
“ผมสนใจนิดหน่อย”
บรรยากาศเงียบไปสองวินาที
ชายที่ดูเหมือนนายหน้าตั้งสติได้ก่อน
เขากวาดตามองกู้ชวนตั้งแต่หัวจรดเท้า
อายุยี่สิบสองยี่สิบสาม
แต่งตัวธรรมดา
เด็กเกินไปหน่อย
“คุณจะรับช่วงร้านต่อเหรอ?”
“ขอฟังรายละเอียดก่อนครับ”
กู้ชวนดึงเก้าอี้ออกมา
“สะดวกไหมครับ?”
ชายเสื้อเท้าลังเลอยู่สองสามวินาที
ก่อนจะพยักหน้า
“นั่งสิ”
ยังไงร้านอาหารก็เตรียมเซ้งอยู่แล้ว
ไม่ใช่ความลับอะไร
ชายคนนั้นแซ่เฉียน
ชื่อเฉียนไห่เฟิง
ร้านอวิ๋นเยว่หลี่เป็นของเขา
เปิดมาเกือบสามปีแล้ว
กิจการไปได้ดีมาตลอด
ที่ขายร้านตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตัวร้านมากนัก
ปีก่อนเขาลงทุนในโครงการอื่นกับเพื่อน
สุดท้ายดันพลาดท่า
เงินทุนหมุนเวียนมีปัญหา
หนี้ก้อนหนึ่งทางนั้นต้องใช้คืนภายในสิ้นเดือนนี้
เขาจึงจำใจขายทรัพย์สินที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายที่สุด
“3.8 ล้าน”
เฉียนไห่เฟิงพูดตรง ๆ
“รวมอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีในร้าน การตกแต่ง สิทธิ์ใช้แบรนด์ และพนักงานชุดปัจจุบัน”
“ตัวอาคารเป็นที่เช่า”
“เหลือสัญญาเช่าอีกสี่ปีกว่า”
“ผมคุยกับเจ้าของตึกไว้แล้ว สามารถต่อสัญญาให้เจ้าของร้านคนใหม่ได้เลย”
กู้ชวนถามว่า
“พื้นที่เท่าไรครับ?”
“สองชั้นบนล่าง รวมกันพันหนึ่งร้อยตารางเมตรกว่า”
“ค่าเช่ารายปีล่ะครับ?”
“980,000”
“ยอดขายล่ะครับ?”
เฉียนไห่เฟิงเหลือบมองนายหน้า
ดูเหมือนเขาคงไม่คิดว่ากู้ชวนจะอายุน้อยขนาดนี้ แต่กลับถามแต่เรื่องสำคัญตั้งแต่แรก
“ยอดขายรวมสิบสองเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 15.8 ล้านกว่า”
“กำไรสุทธิล่ะครับ?”
“ตามบัญชีอยู่ที่ 2.67 ล้าน”
กู้ชวนเลิกคิ้วเล็กน้อย
ตัวเลขนี้ไม่ใช่น้อย ๆ
ถ้าเป็นตัวเลขจริง
จ่าย 3.8 ล้านซื้อร้านอาหารที่ทำกำไรปีละสองล้านกว่า
