บ่ายวันถัดมา
การโอนกิจการของอวิ๋นเยว่หลี่เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ
รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
กู้ชวนจ่ายเงินส่วนที่เหลือครบแล้ว
3.8 ล้านหยวน
เงินเข้าบัญชีครบถ้วน
เฉียนไห่เฟิงส่งมอบสิทธิ์บริหารร้าน ข้อมูลซัพพลายเออร์ สัญญาพนักงาน รวมถึงสัญญาเช่าที่เหลืออยู่ให้ทั้งหมด
โจวหมิ่น ผู้จัดการร้านคนเดิมยังทำงานต่อ
ทีมเชฟหลักก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับลูกค้าทั่วไป
อวิ๋นเยว่หลี่แทบไม่ต่างจากเมื่อวานเลย
เปิดร้านตามปกติ
ต่อคิวตามปกติ
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป
คือเจ้าของร้านแซ่กู้แล้ว
ข่าวนี้แพร่สะพัดในกลุ่มแชตห้องเรียนเป็นที่แรก
เมื่อวานยังมีคนคิดว่ากู้ชวนอาจแค่หุนหันชั่ววูบ
แต่วันนี้พอการเปลี่ยนแปลงข้อมูลธุรกิจและขั้นตอนโอนกิจการเสร็จเรียบร้อย
ก็ยืนยันได้เต็มร้อย
【หวังเผิง: รูปภาพ.jpg】
【หวังเผิง: โอนเป็นชื่อเขาจริง ๆ แล้ว】
【หลิวหยาง: เชี่ย!】
【จางเหมิง: งั้นมื้อเมื่อวานก็กินกันในร้านของกู้ชวนเองเหรอ?】
【โจวฮ่าว: ขอแก้หน่อย กินไปครึ่งมื้อถึงได้กลายเป็นร้านของเขา】
【เฉินฉี่: ……】
【เฉินฉี่: ยิ่งอ่านประโยคนี้ยิ่งเหลือเชื่อแฮะ】
【ลู่จื่ออ๋าง: ยินดีด้วยนะ กู้ชวน】
กู้ชวนตอบกลับไปว่า ขอบใจ
ไม่ได้คุยต่อ
ตอนนี้เขาอยู่ในห้องทำงานชั้นสองของอวิ๋นเยว่หลี่
โจวหมิ่นกำลังไล่ดูข้อมูลผลประกอบการช่วงสามเดือนที่ผ่านมาให้เขาอีกครั้ง
ตอนนี้ร้านนี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับอะไรใหญ่โต
เจ้าของเดิมขายร้านเพราะมีปัญหาเรื่องเงินทุนส่วนตัวเท่านั้น
ส่วนทีมบริหารจัดการก็มีประสบการณ์ดีอยู่แล้ว
ข้อดีที่สุดของกู้ชวนคือรู้ตัวว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน
เขาไม่ได้คิดว่าเพราะตัวเองจ่ายเงิน 3.8 ล้านซื้อร้านมาแล้ว วันรุ่งขึ้นก็จะเริ่มตบโต๊ะสั่งว่า
“เปลี่ยนเมนูทั้งหมด!”
“รื้อร้านตกแต่งใหม่!”
“ต่อไปต้องทำร้านนี้ให้หรูหรา ทันสมัย และเป็นสากล!”
ทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเพิ่งได้ใบขับขี่มาแล้วคิดจะไปซิ่งสนามเนือร์บวร์กริง
