ดูเหมือนทั้งสองคนจะส่งผลให้คนอื่น ๆ ตื่นเต้นตามไปด้วย จ้าวหูกับพวกพ้องจึงเริ่มมีความหวังต่ออนาคตขึ้นมา
เฉินอันพยักหน้ายิ้ม ๆ ดูเหมือนพี่ใหญ่ผู้ใหญ่คนหนึ่ง
หลังจากทุกคนคุยกันจนเหนื่อย แล้วพากันกลับไปฝึกฝน เฉินอันก็เอนตัวพิงมุมห้อง หลับตาลง
คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นหมุนเวียนอย่างช้า ๆ เส้นเอ็นค่อย ๆ ดีขึ้นทีละน้อย
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือรีบทะลวงไปถึงขั้นหมุนสองให้ได้
ขอแค่ขึ้นถึงขั้นหมุนสอง ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นอีกระดับ แถมยังสร้างวิชาเองได้อีกครั้ง
ถึงตอนนั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือวิชาภายในชั้นสี่ ขั้นหมุนสี่ ก็ยังบดขยี้ได้
ที่สำคัญคือ จะไม่ถูกสงสัยได้ง่าย ๆ อีก
ถึงอย่างไรทุกคนก็พูดกันว่าเฉินอันไม่มีทางทะลวงขั้นหมุนหนึ่งได้
ขอโทษทีนะ ผมหวังเชา ขั้นหมุนสอง!
ตลอดช่วงเช้า ขบวนรถเดินทางไปหยุดพักไป
เย่รู่ซวงคอยบัญชาการขบวน ทุกครั้งที่เดินทางไปได้ช่วงหนึ่งก็จะหยุดพัก ให้ทุกคนทยอยออฟไลน์ไปกินข้าว
เฉินอันนัดพบกับเย่รู่ซวงและถังเสี่ยวเหมิงในโลกจริงครู่หนึ่ง
หลังเย่รู่ซวงแน่ใจว่าหวังเชาคือเฉินโม่ ทั้งคู่ก็กินข้าวกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแยกย้ายกลับเข้าเกมไปด้วยความคิดที่แตกต่างกัน
ตลอดทั้งวัน พลังงานภายในของเฉินอันสะสมเพิ่มขึ้นจนถึงสองแสน
เขาเริ่มใช้พลังงานภายในฝึกฝน วิชาเก้าสุริยัน
ระหว่างทางเจอโจรหลายกลุ่ม แต่มีจำนวนไม่มาก กองกำลังของเย่รู่ซวงรวมกับคนของถังเสี่ยวเหมิงจึงรับมือได้อย่างสบาย ๆ
พอถึงช่วงเย็น ขบวนรถก็เดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว
เทือกเขาทอดตัวยาวไกลสุดสายตา พลบค่ำโรยตัวลง ป่าทึบขึ้นอยู่สองข้างทางหลวง บางครั้งก็มีเสียงสัตว์ป่าคำรามแว่วมาจากที่ไกล ๆ
