ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเคออวี้ถึงไม่ชอบเซี่ยเหิงโจว
ชอบสิแปลก ถ้าหลายปีก่อนแม่ของเขาอย่างเคอหมานไม่เด็ดขาดขนาดนั้น โลกนี้ก็คงไม่มีเขาหรอก
ตอนกลับถึงแคมป์ก็มืดสนิทแล้ว
ท้องฟ้าบนภูเขาสะอาดกระจ่าง แม้แต่ดวงดาวยังดูใสสว่างเป็นพิเศษ กะพริบระยิบระยับอยู่ในหมู่เมฆ
โจวหยาง เซี่ยซินเหยา และคนอื่น ๆ กำลังต้มหม้อไฟ ส่วนฉินซั่วพาหนุ่ม ๆ หลายคนไปกางเต็นท์
ทริปไปแคมป์ปิ้งครั้งนี้มีคนมาด้วยไม่น้อย รวมแล้วสิบกว่าคน เต็นท์มีทั้งใหญ่ทั้งเล็ก แต่เอามาแค่ห้าหลัง
ก็หมายความว่าแม้แต่เต็นท์เล็กก็ต้องนอนกันอย่างน้อยสองคน
พวกผู้ชายไม่ได้ติดใจอะไร เดิมทีก็ออกมาเที่ยวหาความแปลกใหม่ อีกอย่างทุกคนก็เป็นเพื่อนกัน จะนอนกับใครก็ไม่สำคัญ
โจวหยางเป็นหัวหน้าทริป พอทุกคนกินหม้อไฟเสร็จ เขาก็เริ่มแบ่งคนเข้าพักในเต็นท์แต่ละหลัง
สุดท้ายส่วนใหญ่ก็ได้นอนกับเพื่อนสนิท เซี่ยซินเหยากับเจียงยู่โหรวได้นอนด้วยกันตามคาด
ส่วนคนที่ได้เต็นท์เดียวกับหลีโย่วคือเยี่ยรั่วรั่ว
เยี่ยรั่วรั่วเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของเซี่ยซินเหยา ผมหยิกสีน้ำตาลเกาลัดยาวถึงเอว ใบหน้าสวยงามหมดจด
พอได้ยินผลการแบ่งเต็นท์ของโจวหยาง เธอก็นั่งไม่ติดแม้แต่วินาทีเดียว รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ไม่ได้ ฉันไม่ยอมนอนกับเธอเด็ดขาด”
“ทำไมล่ะ?”
โจวหยางเป็นหนุ่มซื่อ ๆ ไม่เข้าใจเรื่องจุกจิกระหว่างผู้หญิงด้วยกันเลย
น้องสาวน่ารักจะตาย ผิวขาว แถมยังรักความสะอาด ตัวก็หอมด้วย เรียกได้ว่าเหมือนเค้กนุ่ม ๆ ก้อนหนึ่ง
ถ้าเป็นเขาละก็ คงอยากนอนกับน้องสาวคนนี้จะแย่
เยี่ยรั่วรั่วกอดอก วางท่าชี้นิ้วสั่ง สีหน้ารังเกียจจนปิดไม่มิด
“ใครจะอยากนอนกับคนแบบนี้ ไม่กลัวติดโรคหรือไง?”
