*
เขตคังนัม อพาร์ตเมนต์ชั้นสูง
ลิฟต์ต้องใช้บัตรแตะจึงจะกดเลือกชั้นได้ ชอนซอลรินลากกระเป๋าเดินทางตามหลังคิมมินซอกขึ้นไปยังชั้น 7
“รหัสคือ 12138 ลงทะเบียนลายนิ้วมือไว้ก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนรหัสได้”
ชอนซอลรินพยักหน้า ลงทะเบียนลายนิ้วมือ แล้วเปลี่ยนรหัสเป็นตัวเลขที่ใช้ประจำ
ประตูเปิดออก
เป็นห้องแบบสตูดิโอ จัดผังห้องได้ดีมาก ครัวแบบเปิดทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูกว้างโปร่ง
หน้าต่างสูงจรดพื้นกินพื้นที่เต็มผนัง แสงแดดส่องทะลุกระจกเข้ามาจนห้องสว่างจ้า
ชอนซอลรินลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป กวาดตามองรอบห้อง “ห้องเดี่ยวเหรอ? ไม่เลวเลยนี่”
คิมมินซอกพิงกำแพง สีหน้ามีแววภูมิใจอยู่เล็กน้อย “ท่านประธานบอกว่าต้องให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว อีกอย่าง อพาร์ตเมนต์ทั้งตึกนี้ก็เป็นชื่อของเขาอยู่แล้ว”
ชอนซอลริน: …
นี่สินะโลกของคนรวย
เธอเคยคิดว่าท่านประธานคนนี้รวยมากอยู่แล้ว ยังไงตึกบริษัทก็หรูหราเอาเรื่อง
แต่ใครจะรู้ว่าจะรวยถึงขนาดนี้
ถึงกับมีอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเองทั้งตึก
เอาล่ะ ต้องสู้กับพวกคนรวยให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย
คิมมินซอกอธิบายสั้น ๆ ว่าใช้น้ำใช้ไฟอย่างไร เวลาเปิดปิดของโรงอาหาร และตำแหน่งร้านสะดวกซื้อข้างล่าง จากนั้นก็กลับไป
ชอนซอลรินจัดของเล็กน้อย แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา
มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาในแอปคาคาวทอล์ก เธอหยิบมือถือขึ้นมาดู
【คิมมินซอก: ซอลริน นี่คือแอปฟอรัมภายในบริษัท ฉันอนุญาตให้ใช้กับเบอร์โทรศัพท์ของเธอแล้ว ลองเข้าไปดูก่อนได้ จะได้ทำความรู้จักบรรยากาศในบริษัท】
【ชอนซอลริน: ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ ผอ.คิม】
ชอนซอลรินดาวน์โหลดแอปฟอรัมแล้วเข้าสู่ระบบ
หน้าตาฟอรัมภายในบริษัทแทบไม่ต่างจากเว็บบอร์ดนิรนามทั่วไป ส่วนหัวเว็บเป็นพื้นสีดำ มีโลโก้สีเงินของมูนไลต์
โพสต์เรียงตามการตอบล่าสุด แทบจะมีโพสต์ใหม่ทุกชั่วโมง
【กระทู้ฮอต】เรื่องที่ชั้น 18 วันนี้… มีใครเห็นบ้างไหม???
ชอนซอลรินหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกดเข้าไปไล่อ่านคร่าว ๆ
พูดตามตรง การได้มองคนอื่นเดาเรื่องตัวเองจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งนี่ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน
พอคิดว่าต่อไปเธออาจแค่ทำอะไรสักอย่างส่ง ๆ ก็โดนคนเอาไปตีความ ทั้งที่ความจริงมีแค่เธอคนเดียวที่รู้…
“ว้าว แค่คิดก็สนุกแล้ว”
ชอนซอลรินหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเผยแววตื่นเต้นอยากลองอยู่จาง ๆ
……
*
ห้องซ้อมคลาสเอ
“ได้ยินหรือยัง? เด็กใหม่คนนั้นจะมาวันนี้”
คังแฮนาพูดเสียงเรียบ มือกำขวดน้ำแร่ที่ดื่มไปแล้วครึ่งขวด นิ้วมือค่อย ๆ เกร็งแน่น
ชาจีมินกำลังยืดขาอยู่ข้าง ๆ ท่าทางชะงักไปนิดหนึ่ง “กี่โมง?”
“ประมาณสิบโมง ผอ.คิมจะพามาเอง”
“ท่านประธานจัดการเหรอ?”
“ไม่งั้นจะเป็นใครล่ะ” คังแฮนาหมุนฝาขวดปิด “เมื่อวานฝั่งคลาสบีพูดกันทั้งวันว่าผอ.คิมวิ่งตามไปตั้งหลายถนน เกือบโดนเข้าใจผิดว่าเป็นพวกค้ามนุษย์ กว่าจะจับตัวมาได้”
ชาจีมินขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วยืดเส้นต่อ แต่เห็นได้ชัดว่าช้าลง
ซงซูอานั่งอยู่ตรงมุมกำแพง กำลังดูมือถือ ก่อนพูดแทรกขึ้นมาเสียงเนือย ๆ “อ้อ? เว่อร์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เธอมองเล็บของตัวเอง วางมือถือไว้ข้าง ๆ แล้วมองใบหน้าสวยประณีตของตัวเองในกระจกฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนโยน แต่แววตาแฝงความรู้สึกบางอย่าง “หวังว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ”
“แล้วพอเธอมาวันนี้ จะมาฝั่งเราหรือเปล่า?” ชาจีมินเดินไปข้างหน้าต่าง วางมือทั้งสองข้างบนขอบหน้าต่างมองออกไปด้านนอก สีหน้าอ่านไม่ออก
“อยู่ ๆ ก็ถูกส่งมานี่นา ยังไงก็ต้องมาแนะนำตัว”
“แล้วฝีมือเป็นยังไง?” ชาจีมินหันกลับมา
“ได้ยินว่าไม่เป็นอะไรสักอย่าง” ซงซูอายิ้มพองาม น้ำเสียงชวนให้คิด “แต่แค่ยืนเฉย ๆ ก็เป็นดาวแล้ว นั่นเป็นคำพูดของประธานพัค”
“มีดีแค่หน้าตาเหรอ? ถ้าไม่เป็นอะไรสักอย่าง แล้วจะต่างอะไรกับแจกัน?” สีหน้าชาจีมินเปลี่ยนไป “...ไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว”
คนอื่น ๆ ได้ยิน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ราวกับต่างก็ยอมรับเรื่องนี้ไปโดยไม่รู้ตัว
……
ช่วงเช้า เวลา 9.50 น.
ประตูห้องซ้อมสองฟากทางเดินค่อย ๆ แง้มออกทีละบาน
เด็กฝึกจากชั้นอื่นก็แกล้งเดินผ่าน ชะลอฝีเท้าลง สายตาพากันมองไปยังลิฟต์ตรงสุดทางเดิน
ประตูลิฟต์เปิดออก
สายตาของทุกคนพากันเหลือบไปทางนั้นอย่างจงใจบ้างไม่จงใจบ้าง
ชอนซอลรินเดินตามหลังคิมมินซอก ผมหยิกสีดำปล่อยสยายตามสบาย เธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำเรียบง่าย
ลมจากนอกหน้าต่างพัดเข้ามา
เส้นผมสีดำของเธอพลิ้วไหวเล็กน้อยตามแรงลม ก่อนเธอจะเสยผมทัดหูอย่างลวก ๆ
แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างฉาบขอบร่างของเธอให้ดูพร่าเลือนราวกับมีแสงเรืองรอง
ชอนซอลรินกวาดตามองคนที่อยู่ข้างหน้าคร่าว ๆ แล้วก็ละสายตาไป ราวกับคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้ดี จึงดูผ่อนคลายอย่างยิ่ง
เธอเดินต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านตัวเอง
หลังเดินผ่านทางเดินนั้น เธอก็ได้ยินเสียงพูดคุยแผ่วเบาจากด้านหลัง เสียงกดต่ำจนแทบไม่ได้ยิน “นี่เป็นคนจริง ๆ เหรอเนี่ย?;”
“ไม่งั้นจะอะไรล่ะ คิดว่าเป็นตัวละครจากเกมหรือไง?”
“โอ๊ย อย่าหยิกฉันสิ…”
จากนั้นเสียงจุกจิกก็ค่อย ๆ เงียบหายไปเมื่อถูกมุมทางเดินกั้นไว้
คิมมินซอกพาเธอเดินไปจนสุดทางเดิน แล้วหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง
ประตูสีดำมีตราสีทองติดอยู่ บนนั้นเขียนตัวอักษรเอ
คิมมินซอกผลักประตูออก แล้วเบี่ยงตัวให้เธอเข้าไปก่อน
ชอนซอลรินยืนอยู่ตรงประตู กวาดตามองรอบห้องคร่าว ๆ
ห้องซ้อมกว้างมาก มีกระจกเต็มผนังอยู่ด้านหนึ่ง
นอกหน้าต่างมองเห็นต้นซากุระพอดี กิ่งใบสีเขียวอ่อนกับกลีบดอกสีชมพูระเรื่อ
ในห้องมีคนอยู่ห้าคน พอประตูเปิด ทุกคนก็หันมามองเธอพร้อมกัน สีหน้าแตกต่างกันไป
บรรยากาศเงียบกริบ
ชอนซอลรินสบตาพวกเธอ แล้วยกมือขึ้นเล็กน้อย “สวัสดี”
ท่าทางประมาณว่า ‘ยังไงฉันก็ทักแล้ว หลังจากนี้พวกเธอจะทำตัวยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน’ อย่างไม่ยี่หระ
ไม่มีใครพูดอะไร
ผอ.คิมกระแอมเบา ๆ “คนนี้คือชอนซอลริน สมาชิกใหม่ ต่อไปจะฝึกอยู่คลาสเอ ฝากทุกคนช่วยดูแลกันด้วย”
“สวัสดี! ฉันชื่อชเวมินซอ ยินดีต้อนรับสู่คลาสเอนะ!”
เด็กสาวตากลมหน้าคล้ายลูกหมาคนหนึ่งมองชอนซอลรินด้วยดวงตาเป็นประกาย น้ำเสียงร่าเริงสดใส
“มินซอ…” เด็กสาวหน้าตาสวยละมุน ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่อยู่ข้าง ๆ ดึงแขนเสื้อของชเวมินซอเบา ๆ ดูเหมือนจะขี้อายเล็กน้อย
ชเวมินซอยิ้มกว้างแล้วโอบไหล่เด็กสาวคนนั้นทันที “นี่พี่จีอา ชื่อจริงว่าคิมจีอา เป็นแชมป์รายการเสียงดี ร้องเพลงเก่งสุด ๆ ไปเลย!”
ใบหน้าของคิมจีอาแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอทำตัวไม่ถูก “สวัสดี ฉันชื่อคิมจีอา ดีใจที่ได้เจอเธอ”
“สวัสดี ฉันก็ดีใจเหมือนกัน”
ชอนซอลรินเอียงศีรษะเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง
“ซอลริน อยู่ที่นี่คนเดียวได้ใช่ไหม?”
“อืม”
“โอเค งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ สู้ ๆ!”
คิมมินซอกตบไหล่เธอเบา ๆ ก่อนเดินออกไปแล้วปิดประตู
ทันทีที่เขาออกไป
บรรยากาศพลันกระอักกระอ่วนอย่างประหลาด ทุกคนมองเธอ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอดี
ชอนซอลรินไม่ทันสังเกตบรรยากาศระหว่างพวกเธอเลย เธอหามุมหนึ่งแล้วก้มหน้าไถมือถือของตัวเองไปเรื่อย
เธออ่านข่าวซุบซิบสุดแซ่บในฟอรัมที่มีทั้งจริงทั้งเท็จ รอยยิ้มชั่วร้ายที่คุ้นเคยค่อย ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปาก
“เริ่มวอร์มอัป อีกสิบนาทีค่อยเริ่มซ้อม”
ครูสอนเต้นแซ่พัค เป็นลูกครึ่งเกาหลีสัญชาติแคนาดา คนอื่นเรียกเธอว่าแม่มดสาว
เธอรักการเต้นมาก และก็เข้มงวดมากเช่นกัน
ท่านประธานดึงตัวเธอมาจากต่างประเทศ ก่อนหน้านี้เคยออกแบบท่าเต้นให้วงมาหลายวง ตอนนี้มาสอนเต้นให้พวกเธอ นับว่าใช้คนเก่งเกินหน้าที่ไปหน่อย
ครูพัคยืนอยู่ตรงประตู กวาดตามองกลุ่มเด็กฝึก แล้วชะงักสายตาเมื่อเห็นชอนซอลรินตรงมุมห้อง
“เด็กใหม่เหรอ?”
ชอนซอลรินวางมือถือไว้ข้าง ๆ แล้วลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ก่อนมองครูพัค “สวัสดีค่ะ ฉันชอนซอลริน เพิ่งมาวันนี้ค่ะ”
สีหน้าครูพัคดูแปลกไปเล็กน้อย เธอจ้องใบหน้าของชอนซอลรินอยู่สองวินาที แล้วมองท่าทางของเธอ คล้ายเคยได้ยินข่าวลืออะไรมาและกำลังยืนยันว่าเป็นคนนี้หรือเปล่า
“หยุดก่อน”
ครูพัคตบมือสองสามที สายตาจับจ้องชอนซอลรินตรง ๆ ก่อนขมวดคิ้ว “เธอ มาตรงกลาง แล้วเต้นอะไรก็ได้ให้ดูสักรอบ”
ชอนซอลรินเดินไปตรงกลาง
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอเต้นกายบริหารหน้าเสาธงอย่างไร้ความอับอายแม้แต่น้อย
พอเต้นจบ เธอก็มองครูพัคด้วยสีหน้าจริงใจ
ครูพัค: ???
คนอื่น ๆ: ???
ครูพัคยกมือกุมหน้าผาก “โธ่ ไม่ใช่ให้เต้นแบบนี้สักหน่อย”
“ครูบอกให้เต้นอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ? ฉันเคยเต้นแค่กายบริหารหน้าเสาธงเองค่ะ”
“ก็พูดแบบนั้นจริง แต่…”
ครูพัคไม่รู้จะอธิบายความหมายแฝงของประโยคภาษาเกาหลีนี้ให้เธอฟังอย่างไร เธอมองชอนซอลรินแล้วบีบหว่างคิ้ว “ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันเปิดเพลงอะไรก็ได้ให้ แล้วเธอเต้นตามเพลง”
“ค่ะ” ชอนซอลรินพยักหน้า
ครูพัคกดสุ่มเพลง
เสียงดนตรีดังขึ้น เป็นเพลงอาร์แอนด์บีจังหวะค่อนข้างช้า
ชอนซอลรินขยับตามจังหวะ ท่วงท่าไม่กว้างนัก แกนกลางลำตัวอ่อนยวบเหมือนก้อนสำลี แถมท่าทางทุกอย่างยังเล็กกว่าท่ามาตรฐานอยู่เสมอ
ถ้าเป็นคนอื่นคงกลายเป็นภาพหายนะแน่ ๆ แต่ติดที่หน้าตาสวยเกินไป เลยกลับดูเหมือนตั้งใจเต้นสไตล์ขี้เกียจเสียอย่างนั้น
ให้ความรู้สึกประมาณว่า “จริง ๆ ฉันเต้นเก่งนะ แต่ขี้เกียจเต้นให้พวกเธอดู จะดูหรือไม่ดูก็ตามใจ”
สีหน้าครูพัคที่ตอนแรกเคร่งขรึม ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นงุนงงระหว่างมองเธอเต้น
ท้ายที่สุดก็กลายเป็นสีหน้าประหลาดที่เหมือนกำลังคิดว่า ‘เต้นอะไรของเนี่ย แต่ก็ดูดีอยู่เหมือนกัน’
“เธอจงใจหรือเปล่า?”
“จงใจเหรอคะ?”
“ที่เต้นน่ะ ทำไมถึง…”
“ห่วยมาก ฉันรู้ค่ะ”
ครูพัคเม้มปากเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็หุบลง สีหน้าตอนมองชอนซอลรินราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จะจัดประเภทอย่างไร เธอพยายามคิดหาคำอธิบายหลายแบบ แต่ก็ไม่มีคำไหนเหมาะสม
เธอเงียบไปนาน “ช่างเถอะ ซ้อมต่อก่อนแล้วกัน”
……
