“ถ้าอย่างนั้นก็ซื้อเค้กช็อกโกแลตกลับมาอีกชิ้นสิ” หนิงโย่วเริ่มใช้เขาได้อย่างคล่องมือ ทั้งหมดเป็นเพราะเขาตามใจนางเอง
ถ้านางไม่ใช้เขา เขาก็จะกล่าวหานาง
หนิงโย่วเพิ่งเคยเจอคนแบบเขาเป็นครั้งแรก
เป็นอย่างที่คิด พอนางพูดจบ เสียงหัวเราะของชีเยี่ยนก็ดังขึ้นข้างหู
เขานี่เป็นพวกชอบถูกกระทำชัด ๆ
พอกินข้าวเสร็จ ชีเยี่ยนก็ยกชามไปล้าง ทั้งยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกไปข้างนอก
“ข้าอยากไปด้วย อาเยี่ยน” หนิงโย่วเดินตามข้างกายเขา พลางดึงชายเสื้อไว้ เงยดวงตาพร่ามัวขึ้นมองอย่างมีความหวัง
นางไม่ได้ออกจากบ้านมานานแล้ว เอาแต่อยู่ในบ้านจนรู้สึกว่าตัวเองจะขึ้นรา เหมาฉิ๋วบอกว่าข้างนอกอันตราย นางห้ามออกไปคนเดียว แต่ตอนนี้ชีเยี่ยนอยู่ด้วย นางอยากตามเขาออกไปเดินเล่น
แต่เพราะมองไม่เห็น เวลาเดินต้องอาศัยทางเดินสำหรับคนตาบอด ทั้งยังเชื่องช้าราวกับหอยทาก หากเจอสิ่งกีดขวางก็ต้องมีคนคอยบอกทาง
ชีเยี่ยนทำงานมาทั้งวัน พอกลับบ้านก็ยังออกไปซื้อขนมให้นาง ตอนนี้ยังต้องพานางที่เป็นภาระไปด้วย เขาคงรำคาญสินะ
พอพูดจบ หนิงโย่วก็เสียใจขึ้นมา นิ้วมือซีดขาวค่อย ๆ คลายออก ดวงตาที่มองไม่เห็นยิ่งทำให้นางดูอ่อนแอ ขนตาดำราวกับขนกาไหวสั่นเบา ๆ ขึ้นลง
วินาทีถัดมา ทุกอย่างตรงหน้าก็มืดสนิท นางถูกเขาโอบกอดอย่างฉับพลัน ช่วงเอว ท่อนแขน และแผงอกของชายหนุ่มล้วนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาดุดันราวหมาป่าป่า เปี่ยมด้วยแรงคุกคาม โอบล้อมนางไว้แนบแน่นจนไม่เหลือช่องว่าง
ชีเยี่ยนซุกใบหน้าลงข้างลำคอของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวพรมลงบนผิวขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า
