ฉื่อหูหอบหายใจเฮือก ๆ พลางเก็บเข็มขัด ก่อนจะเหลือบตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
“ดูเจ้าสิ ไร้ความสามารถเสียจริง ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย ตระกูลฉื่อจะปล่อยให้เจ้าผลาญทรัพย์สินได้อย่างไร จงติดตามอาจารย์ของเจ้าไปเรียนให้ดี เมื่อใดที่นิสัยสุขุมขึ้นแล้ว ค่อยกลับมาพบข้า”
ฉื่อจ้านถิงถูกตีไปยกหนึ่ง ทว่ากลับไม่โกรธแม้แต่น้อย เขาลูบรอยฟาดบนแผ่นหลังที่ยังร้อนผ่าว พลางพยักหน้าก้มหัวไม่หยุด
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ! ข้าจะตั้งใจเรียนให้ดี ไม่ทำให้ท่านต้องอับอายเด็ดขาด!”
เขาเฝ้ารอวันที่จะได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือขั้นสูงมานานแล้ว จะได้สะสมคะแนนบุญกุศลให้ครบเพื่อเข้ารับการชำระโดยวิถีแห่งสวรรค์ บัดนี้สมปรารถนาแล้ว ไหนเลยจะยังมัวโกรธเรื่องที่เสียที่ดินไปสองแปลง เขากลับรู้สึกว่าการถูกตีครั้งนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก
ฉื่อหูมองท่าทางไม่เอาไหนของลูกชาย ทั้งโมโหทั้งจนใจ จึงโบกมือให้พ่อบ้านพาเขาไป
หลังจากฉื่อจ้านถิงเดินตามพ่อบ้านออกไปอย่างกระตือรือร้น ฉื่อหูจึงค่อยเดินไปยังหน้าต่าง มองไปทางถนนการค้าฝั่งตะวันตกของเมืองที่อยู่ไกลออกไป ปลายนิ้วเคาะขอบหน้าต่างเบา ๆ ก่อนพึมพำเสียงต่ำ
“หน่วยสืบสวนปริศนา... อวิ๋นเช่อ... ไม่ธรรมดาจริง ๆ! หวังว่าไอ้ลูกหมานี่จะได้ออกไปฝึกฝนประสบการณ์ แล้วเก่งกาจขึ้นมาบ้างจริง ๆ”
สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างหอประมูลสุดหรูหราของอวิ๋นเช่อก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
กล่าวได้ว่าหอประมูลแห่งนี้ได้รับความสนใจจากตระกูลใหญ่และตระกูลผู้มีอำนาจทั้งหมด ทุกคนต่างคาดเดาว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร
เมื่อครึ่งเดือนก่อน อวิ๋นเช่อก็ให้คนเผยแพร่รายการสิ่งของที่จะนำออกประมูลในฤดูกาลแรกแล้ว
