ฮั่วฉือคุนครุ่นคิดในใจ บางทีการปรากฏตัวของอวิ๋นเช่อผู้นี้อาจนำพาความหวังเล็ก ๆ มาสู่น้องสาวผู้โชคร้ายของตนจริง ๆ ก็ได้
เขาหันไปสั่งสาวใช้ข้างกายให้เตรียมชาและขนมอ่อน ๆ แล้วเดินออกจากลานไปอย่างเงียบ ๆ
อวิ๋นเช่อประคองฮั่วจิ่นชางเดินไปยังส่วนลึกของสวนทีละก้าว ที่นั่นมีเรือนหลังน้อยงดงาม ล้อมรอบด้วยดอกบัวเพลิงบานสะพรั่ง ดูเงียบสงบแต่ก็สง่างามไม่ลดทอน
ฮั่วจิ่นชางพิงไหล่อวิ๋นเช่อ รู้สึกถึงความอบอุ่นใจและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นางแอบชำเลืองมองอีกฝ่าย เห็นเพียงโครงหน้าคมสัน แววตาฉายความลึกล้ำที่ยากจะบรรยาย ทำให้นางอดใจเต้นแรงไม่ได้
'ข้า...ข้าเป็นอะไรไป? พึ่งพบกันครั้งแรกแท้ ๆ ทำไมถึงได้ทำตัวเกินเลยเช่นนี้ นี่ข้าเป็นข้าจริงหรือ?'
แววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำของฮั่วจิ่นชางปรากฏความงุนงงวูบหนึ่ง เป็นไปได้ไหมว่าในโลกนี้จะมีรักแรกพบอยู่จริง?
อวิ๋นเช่อประคองอีกฝ่ายขึ้นเตียงนอนพักผ่อน สั่งความกับสาวใช้ข้างกายสองสามประโยคแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ
'เจ้าพักผ่อนให้ดีเถิด ข้าจะหาทางรักษาโรคของเจ้าให้จงได้'
'ขอบพระคุณมากท่านอวิ๋น'
ฮั่วจิ่นชางยิ้มบางเบา นางไม่ใส่ใจคำพูดของอวิ๋นเช่อสักเท่าไร คิดว่าเขาจงใจปลอบนางเช่นนั้น
นางรู้อาการของตนเองดี มันคือโรคร้ายแต่กำเนิดที่กระทั่งโอสถขั้นแปดก็รักษาไม่หาย ถ้ารักษาได้ ด้วยฐานะของตระกูลฮั่วก็คงหายตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว
อวิ๋นเช่อปิดประตูห้อง ครุ่นคิดว่าจะช่วยอีกฝ่ายแก้ไขโรคร้ายแต่กำเนิดนี้อย่างไร
'ได้ยินว่าโอสถขั้นเก้ามีพลังพลิกฟ้าปลี่ยนชะตา แต่ว่าโอสถเช่นนี้หายากยิ่งยวด แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขั้นมหาจักรพรรดิก็ใช่ว่าจะมี'
'บางที ข้าอาจไปคลำ ๆ ในกระเป๋าของผู้แข็งแกร่งขั้นเทวะดู วันนั้นมัวแต่หนีเอาชีวิตรอด ไม่ทันดูรายการหยิบจับของผู้แข็งแกร่งขั้นเทวะทั้งสองอย่างละเอียด พวกเขาอาจมีโอสถขั้นเก้าจริง ๆ ก็ได้'
