ทันทีที่ประตูเปิดออก ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามาราวกับฝูงหมาป่าดุร้าย
“อย่าเบียดกัน บ้านเถี่ยจู้มีเด็กเล็ก ระวังจะทำให้เด็กตกใจ” เฉินหวานซานตะโกนจากท้ายฝูงชน คอยจัดระเบียบผู้คน
ชาวบ้านพลันเข้าแถวเป็นขบวนยาว ทุกคนสะพายตะกร้าไว้ด้านหลัง ภายในมีแอปริคอตป่าที่เพิ่งเก็บกลับมา
ประตูใหญ่เปิดอ้ากว้าง เถียนกุ้ยฮวา พี่รองเถียน เถียนสืออัน และเถียนชุนต่างลงมือช่วยกัน
เถียนกุ้ยฮวารับหน้าที่ตรวจคุณภาพแอปริคอตป่า พี่รองเถียนรับหน้าที่ชั่งน้ำหนัก สืออันจดบัญชี ส่วนเถียนชุนทำหน้าที่แลกสิ่งของ
อวี๋ซิ่วกับพี่สะใภ้รองอยู่ในห้อง แบ่งวัตถุดิบอาหารออกเป็นห่อ ๆ ห่อละประมาณหนึ่งชั่ง
“ทุกคนอย่าเบียดกัน หากแอปริคอตป่ามีคุณภาพดี ย่อมแลกธัญพืชได้”
คนแรกที่เข้ามาคือหู่จื่อ เขาไม่มีทั้งพ่อและแม่ ทั้งยังเป็นคนปัญญาไม่สมประกอบ ชาวบ้านจึงมักยอมให้เขา
เขาเก็บมาไม่น้อย ทว่ามีทั้งผลดิบและผลเน่า เถียนกุ้ยฮวาคัดออกมาทั้งหมด
“ผลเน่ากับผลดิบเหล่านี้ข้าไม่รับ คราวหน้าเวลาเก็บก็ตรวจดูให้ดีหน่อย ที่เหลือนี่หนักหกชั่ง ห้าชั่งแลกธัญพืชกับน้ำได้หนึ่งชุด ส่วนที่เกินมาหนึ่งชั่งจะลงบัญชีไว้ พอครบห้าชั่งก็แลกต่อได้”
คำพูดนี้มิได้กล่าวให้หู่จื่อฟังเพียงคนเดียว แต่ยังกล่าวให้ชาวบ้านคนอื่น ๆ ฟังด้วย
เฉินหวานซานเห็นว่าทำเช่นนี้ดีแล้ว ในฐานะตัวแทน เขาจึงกล่าวเตือนชาวบ้านอย่างเคร่งขรึม “ทุกคนฟังให้ชัด อย่าได้คิดหลอกลวงกัน หากคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ พ่อค้าผู้มั่งคั่งย่อมไม่ร่วมมือด้วย วันหน้าพวกเราก็ต้องอดอยากอีก”
