ดวงตาของเฝิงเหล่าไท่ที่เคยหม่นหมองราวกับไม้แห้งพลันเบิกกว้าง “เจ้า...ไปเอาสิ่งนี้มาจากที่ใด?”
นางเหลือบมองออกไปด้านนอก แต่ไม่เห็นผู้ใด จึงกดมือของเถียนกุ้ยฮวาไว้ กำชับให้นางเก็บของกลับไปโดยเร็ว
“เจ้าคิดอะไรอยู่กัน ถึงกล้าเอาหมั่นโถวขาวออกมาในเวลาเช่นนี้ มีของกินก็ต้องซ่อนไว้ให้มิดชิด”
เถียนกุ้ยฮวากลับยัดหมั่นโถวใส่มือนางอย่างหนักแน่น “ท่านแม่ พี่รองกลับมาแล้วก็ออกไปใช่หรือไม่ เรื่องของข้า เขาคงยังไม่มีโอกาสเล่าให้ท่านฟัง”
โชคดีที่พี่รองยังไม่มีโอกาสเล่า ทั้งยังไม่ได้เอาหมั่นโถวกับไข่ออกมา
หาไม่แล้ว ของเหล่านั้นคงตกเป็นประโยชน์แก่คนนอก
เถียนกุ้ยฮวาเล่าเรื่องที่ตนประสบพบเจอในช่วงนี้ให้เฝิงเหล่าไท่ฟังอย่างละเอียดทุกประการ
“ท่านแม่ วางใจกินเถิด ต่อไปคนในครอบครัวเราจะไม่มีใครอดอยากอีก”
เฝิงเหล่าไท่ตกตะลึงจนลืมกิน นิ่งงันไปเนิ่นนานกว่าจะได้สติ
กระทั่งเสียงบุตรชายคนรองดังมาจากด้านนอก “ท่านแม่ ข้ากับสืออันกลับมาแล้ว”
เถียนกุ้ยฮวาเร่งนาง “ท่านแม่กินก่อนเถิด กินเสร็จค่อยออกไป ข้าจะไปดูสืออัน”
มือหยาบกร้านเหี่ยวย่นของเฝิงเหล่าไท่คว้ามือนางไว้ ก่อนกดเสียงถามอย่างระมัดระวัง “เรื่องแดนเซียน เจ้าเล่าให้ผู้ใดฟังอีกหรือไม่?”
“ข้าเล่าให้ท่านแม่กับพี่รองฟัง แล้วก็อวี๋ซิ่ว ข้าไม่เคยบอกคนนอก” เฝิงเหล่าไท่พลันผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
