“เดี๋ยวก่อน!”
หนิวเทียนไฉรีบยื่นมือไปขวางหนิวหงที่กำลังจะเดินจากไป
“……”
หนิวหงมองหนิวเซี่ยงตงซึ่งเป็นสมุห์บัญชีอย่างงุนงง ก่อนหันไปมองหนิวเทียนไฉ หัวหน้ากองการผลิต
“แน่ใจนะว่านายกวาดหิมะอยู่คนเดียว?”
หนิวเทียนไฉถามคำถามที่โง่เขลาสุด ๆ จนแม้แต่หนิวเซี่ยงตงยังมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยิน
“หัวหน้ากอง คิดว่าหนิวเหลียนเซิงจะช่วยผมกวาดหิมะหรือไง?”
หนิวหงตอบพลางยิ้มเยาะ
หนิวเทียนไฉหันไปมองหนิวเหลียนเซิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลและกำลังมองมาทางนี้ เขาพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตระหนักว่าคำถามของตัวเองโง่แค่ไหน
เป้าหมายที่หนิวเหลียนเซิงมาขอรับงานนี้จากเขา เขารู้ดีราวกับเห็นอยู่ตรงหน้า
รู้อยู่แล้วว่าหนิวเหลียนเซิงตั้งใจมาดูหนิวหงทำงานไม่เสร็จแล้วหัวเราะเยาะ แล้วจะไปช่วยกวาดหิมะให้หนิวหงได้ยังไง?
อีกอย่าง งานของตัวหนิวเหลียนเซิงเองก็ยังไม่เสร็จ ยิ่งไม่มีทางมีน้ำใจช่วยคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ตอนนั้นเอง จางเฉียวอิงก็หิ้วกระติกน้ำร้อนกับแก้วเคลือบเดินเข้ามา
“อาเทียนไฉ อาเซี่ยงตง พวกอาก็อยู่ที่นี่เหรอคะ!”
คนในหมู่บ้านหนิวเจียถึง 99 เปอร์เซ็นต์แซ่หนิว ส่วนครอบครัวที่ไม่ได้แซ่หนิวซึ่งมีอยู่หนึ่งหรือสองครอบครัว ก็เป็นบ้านที่ผู้ชายแซ่หนิวรับเข้ามาเป็นเขย
หากนับความใกล้ชิดทางเครือญาติ หนิวตงเซิงเป็นหลานชายที่ยังนับญาติของหนิวเทียนไฉได้ จางเฉียวอิงจึงเรียกหนิวเทียนไฉว่าอาในฐานะภรรยาของหนิวตงเซิง ถือเป็นเรื่องสมควร
เพราะมีอาหนิวเทียนไฉซึ่งเป็นญาติสายตระกูลเดียวกันคอยดูแล แม้หนิวตงเซิงจะเป็นอัมพาตนอนติดเตียง แต่ครอบครัวของจางเฉียวอิงก็ยังพอประคับประคองชีวิตไปได้
