มั่ว มั่วกล่าวว่า “หากพูดถึงรูปลักษณ์ ฝ่าบาทของเราทรงมีพระพักตร์โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง พระวรกายสง่างาม พระพักตร์งามดุจหยก ต่อให้เป็นคุณชายรูปงามจากตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง ก็ไม่มีผู้ใดเทียบฝ่าบาทได้แม้แต่คนเดียว พระสนมกุ้ยผินได้เห็นแล้วก็จะทรงทราบเองเพคะ”
“ส่วนพระอุปนิสัยนั้น ฝ่าบาททรงเย็นชา ทั้งยังตรัสไม่มาก จะกล่าวว่าห่างเหินและพูดน้อยก็ไม่เกินไปนัก ฝ่าบาทไม่ใคร่ใกล้ชิดหรือเอาใจใส่เหล่าพระสนมในวังหลัง มักเสด็จมายังวังหลังทุกสิบวันครึ่งเดือน หากทรงติดพระราชกิจ ต่อให้หนึ่งเดือนมิได้เสด็จมาก็มีอยู่บ่อยครั้งเพคะ”
“ทว่าถึงพระอุปนิสัยจะเย็นชา ฝ่าบาทก็ทรงกตัญญูยิ่งนัก หลายวันครั้งจะเสด็จมาตำหนักฉือหนิงเพื่อคารวะไทเฮา และอยู่สนทนาเป็นเพื่อนพระนางเพคะ”
เสิ่นเจียอวี้ฟังแล้วครุ่นคิด
ไม่ค่อยเสด็จมาวังหลังหรือ?
ในวังหลังมีหญิงงามมากมาย ฝ่าบาทไม่โปรด หรือว่า...
พระองค์บกพร่อง?
เสิ่นเจียอวี้รีบหยุดความคิดอันตรายนี้ไว้ทัน
บกพร่องอะไรกัน พระวรกายของฝ่าบาทได้รับการบำรุงดูแลจากหมอหลวงอย่างดี ย่อมไม่มีโรคเร้นลับด้านนี้เป็นแน่
เช่นนั้นก็หมายความว่า...พระองค์ไม่โปรดสตรีจริง ๆ
เสิ่นเจียอววี้ครุ่นคิดกับประโยคนี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอดหัวเราะมิได้
ไม่เป็นไร
นางมาแล้ว
นางย่อมแก้อาการถือพรหมจรรย์ของฝ่าบาทได้
ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ก็ควรหาความสุขให้ทันท่วงทีจึงจะถูกต้อง
นายบ่าวหลายคนสนทนากันเรื่อยเปื่อยอยู่ในตำหนัก แสงตะวันด้านนอกค่อย ๆ คล้อยไปทางประจิม ท้องฟ้ามืดลงทีละน้อย
เสิ่นเจียอวี้รับประทานมื้อเย็น พักให้อาหารย่อยแล้วจึงกลับไปพักผ่อนบนตั่ง
วันนี้เป็นวันแรกที่นางเข้าวัง ภายนอกดูเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น ทว่านางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา
กระแสคลื่นใต้น้ำกำลังเคลื่อนไหว อันตรายนับไม่ถ้วนกำลังรอปะทุในวันข้างหน้า
แต่ไม่เป็นไร
ทหารมาก็รับมือด้วยขุนพล น้ำหลากมาก็ใช้ดินถม
