จากนั้น เสิ่นเจียอวี้ก็ถูก “อบรม” เสียจนสิ้นฤทธิ์
นางยังเอ่ยปากเองด้วยว่าเชื่อฟัง
แม้ทนไม่ไหว แต่ก็ยังแนบกายเข้าหาอย่างว่าง่าย ท่าทางเช่นนี้ยิ่งปลุกไฟปรารถนาในใจเพ่ยเยี่ยน
เขากดนางลงบนเตียง กลั่นแกล้งจนพอใจ
มื้อเช้าของฮ่องเต้กับพระสนมจึงล่วงไปจนถึงยามเที่ยง จึงได้เริ่มรับประทานกัน
หลังรับประทานเสร็จ เสิ่นเจียอวี้บอกว่าร่างกายปวดเมื่อย อยากไปนอนพักในห้องด้านใน
เพ่ยเยี่ยนกลัวว่านางจะงัวเงียแล้วหลับไปอีก ถึงกลางคืนคงนอนไม่หลับเป็นแน่ หากกลางวันกลางคืนกลับตาลปัตรย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
เขาจึงให้คนนำเสือดาวขาวตัวน้อยมาส่ง
เสิ่นเจียอวี้พลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา ไม่คิดพักผ่อนอีก กลับนั่งรออยู่ใต้ระเบียงอย่างใจจดใจจ่อ
ราวหนึ่งก้านธูปต่อมา นางกำนัลก็อุ้มเสือดาวขาวตัวน้อยมาวางลงบนเบาะผ้าไหมปักลายดอกกลมสีทองแดงทั่วผืน
ลูกเสือดาวหิมะยังอายุไม่มาก ยืนได้แล้ว แม้พอเดินได้ไม่กี่ก้าว ทว่ากลับเดินเซไปมา ดูงุ่มง่ามน่าขัน
เสิ่นเจียอวี้ยกมือปรบ มันก็ย่างเท้าอย่างทุลักทุเลมาหานาง จากนั้นใช้หัวถูไถมือของนางอย่างแรง พลางส่งเสียงครางครืดคราด
เสิ่นเจียอวี้ยิ้มแย้ม ไม่รังเกียจมันแม้แต่น้อย นางอุ้มมันขึ้นมาแล้วถามว่า “ตั้งชื่อเจ้าเป็นหลินซวง ดีหรือไม่?”
ลูกเสือดาวหิมะกระทืบขาหลังสองสามครั้ง เสียงครางในลำคอดังขึ้นเล็กน้อย
เสิ่นเจียอวี้ถือว่ามันยินยอมแล้ว จึงวางมันกลับลงบนเบาะนุ่ม แล้วหยิบลูกบอลหลากสีมาเล่นหยอกล้อมัน
หลินซวงตัวน้อยรีบโผเข้ามา พอกอดลูกบอลไว้ได้ก็ขบกัดเสียยกใหญ่
เสิ่นเจียอวี้จึงบอกมันว่า “กัดสิ่งนี้ได้ แต่ห้ามกัดคน เข้าใจหรือไม่?”
