ท้ายที่สุด ฮองเฮาลั่วก็ออกมากล่าวไกล่เกลี่ย “ชีหรงหัว คราวนี้เจ้าได้รับบทเรียนแล้ว ก็ควรรู้ว่าคำใดควรพูด คำใดไม่ควรพูด ต่อไปไม่ว่าเรื่องใดต้องมีหลักฐาน ห้ามกล่าววาจาเหลวไหล”
ชีหรงหัวก้มหน้าต่ำ “หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”
ฮองเฮาลั่วถอนหายใจ “นั่งลงเถิด รอดูสักครู่ว่าหมอหลวงจะว่าอย่างไร”
ภายในตำหนักกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง
ค่ำคืนนี้เหล่าสนมได้ประจักษ์นิสัยของเสิ่นเจียอวี้อีกหน กล่าววาจาล่วงเกินนางไม่ได้ ยิ่งยั่วยุนางไม่ได้ มิฉะนั้นผู้ใดก็หนีไม่พ้นถูกตบ ทั้งยังต้องก้มหัวขอโทษอย่างนอบน้อม
ไฉหนี่ว์หร่วนกับชีหรงหัวก็คือตัวอย่าง
ตั้งครรภ์หรือ?
เป็นสนมคนโปรดหรือ?
สิ่งเหล่านี้ล้วนไร้ผลต่อหน้าเสิ่นกุ้ยผิน นางตบโดยไม่ไว้หน้า
เสิ่นกุ้ยผินเป็นผู้ที่ล่วงเกินไม่ได้!
หลังจดจำข้อนี้ขึ้นใจ เหล่าสนมก็หันความสนใจกลับไปยังความเคลื่อนไหวในตำหนักข้าง
ประตูตำหนักใหญ่เปิดอยู่ เหล่าสนมนั่งบนที่นั่งของตน จึงมองเห็นกะละมังน้ำเลือดถูกยกออกมาทีละใบ ทั้งยังได้ยินเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของไฉหนี่ว์หร่วน
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน
รอไปอีกสองเค่อ ในที่สุดหมอหลวงผู้หนึ่งก็เข้ามารายงานในตำหนัก “ฝ่าบาท ฮองเฮาเหนียงเหนียง ครรภ์ของไฉหนี่ว์หร่วนครานี้ไม่อาจรักษาไว้ได้แล้ว ต้องรีบปรุงยาเพื่อให้แท้งโดยเร็ว มิฉะนั้นไฉหนี่ว์หร่วนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตพ่ะย่ะค่ะ”
