เต๋อฮวาดูหนังอย่างอินไปด้วย แม้เธอจะทะลุมิติมา แต่หลังอยู่ในกองทัพมานาน พอได้ดูหนังพวกนี้ หัวใจก็ยังพลอยเต้นระทึกตามไปด้วย
ดูไปได้ครึ่งเรื่อง หางตาเธอก็เหลือบเห็นเสิ่นเหิงหันมามอง ในความมืดดวงตาของเขาเป็นประกายมาก
เต๋อฮวาแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว แล้วจ้องจอต่อไป
พอหนังจบ ทั้งคู่ก็เดินตามฝูงคนออกไป
ข้างนอกลมแรง พอลมพัดมา เต๋อฮวาก็หดคอโดยไม่รู้ตัว
เสิ่นเหิงถอดเสื้อคลุมออกทันที แล้วคลุมให้เธอ “ใส่ไว้เถอะ ข้างนอกค่อนข้างหนาว”
เต๋อฮวา...คนคนนี้ก็ช่างเอาใจใส่เหมือนกันแฮะ
“ผมไปส่งคุณที่หอพักนะ มืดแล้ว ไม่ค่อยปลอดภัย”
“ไม่ต้องหรอก หอพักโรงพยาบาลอยู่ข้าง ๆ เดินแค่ไม่กี่ก้าวเอง”
“ไม่กี่ก้าวก็ยังต้องเดินอยู่ดี” น้ำเสียงเสิ่นเหิงฟังเป็นธรรมชาติ “พอดีผมก็จะไปทางนั้นเหมือนกัน ทางเดียวกันน่ะ”
เต๋อฮวาเหลือบมองเขา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปช้า ๆ แสงไฟถนนทอดเงาของพวกเขาให้ยาวเหยียด
ระหว่างทางแทบไม่ได้คุยกัน แต่ก็ไม่อึดอัด พอเดินมาถึงหน้าหอพัก เต๋อฮวาก็หยุดฝีเท้า
“ถึงแล้ว ขอบคุณที่เลี้ยงหนังนะ”
“เรื่องเล็กน้อย” เสิ่นเหิงยืนอยู่ตรงบันได มองเธออย่างลังเลอยู่สองสามวินาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“คุณหมอเจียง ผม...ผมว่าคุณเป็นคนดีมาก ไม่รู้ว่าคุณจะยินดี...เอ่อ ถ้าต่อไปเราจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นไหมครับ”
เต๋อฮวาจ้องมองเขา แสงไฟถนนส่องใบหน้าเขา ดวงตาดูจริงจัง ส่วนปลายหูแดงก่ำ
เธออดขำในใจไม่ได้ คนยุคนี้นี่ช่างบริสุทธิ์ใจจริง ๆ
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ยิ้มพลางพยักหน้า “ได้สิ ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก็ได้”
