งานของเต๋อฮวาที่โรงพยาบาลเข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว
ด้วยพื้นฐานจากการเรียนจบมหาวิทยาลัยแพทย์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว บวกกับประสบการณ์เป็นเจ้าหน้าที่อนามัยสนามรบในกองทัพมาหลายปี เธอจึงทำงานได้คล่องมือมาก
ยิ่งวิชาออร์โธปิดิกส์เป็นจุดแข็งของเธอ ทั้งดัดกระดูกที่หัก ใส่เฝือก ต่อกระดูก มือแม่นยำ ทำงานก็รวดเร็วเรียบร้อย
ไม่ถึงครึ่งเดือน ชื่อเสียงของคุณหมอเจียงคนใหม่ก็แพร่ไปทั่วโรงพยาบาลทหารเขตทหาร ว่าฝีมือด้านกระดูกดี รักษาหายได้ด้วยมือเดียว
ทหารที่บาดเจ็บจากการฝึก รวมถึงญาติผู้บาดเจ็บจากการหกล้มหลายคน ต่างตั้งใจมาลงชื่อขอพบเธอโดยเฉพาะ
นอกจากวิชาออร์โธปิดิกส์แล้ว เต๋อฮวายังพอรู้วิธีปรับสมดุลร่างกายตามแพทย์แผนจีนอยู่บ้าง
พูดไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็น “ผลงานที่แลกมาด้วยเลือดและน้ำตา” จากการฝึกในระบบของเธอทั้งนั้น
ตอนเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอเคยคิดว่า ยุคนี้ขาดแคลนทั้งหมอและยา ไม่มีเครื่องมือทันสมัย ยาฝรั่งก็มีราคาแพง พึ่งแค่แพทย์แผนตะวันตกคงไม่พอ การผสานแพทย์แผนจีนกับตะวันตกต่างหากถึงจะเป็นทางออกระยะยาว
พอดีในร้านค้าของระบบมีแพ็กเกจเรียนรู้ “เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน” ราคา 3,000 คะแนน
ตอนนั้นเธอยังเหลือคะแนนเริ่มต้นอยู่กว่า 8,000 จึงกัดฟันซื้อมา
แต่พอซื้อแล้วถึงได้รู้ว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดว่าจะถ่ายทอดความรู้ให้เข้าใจในพริบตา กลับเปิดห้องเรียนรู้ของระบบให้เธอเข้าไปเรียน
ข้อดีที่สุดของห้องเรียนรู้นี้คือเวลาไหลต่างกันสิบต่อหนึ่ง
เวลาข้างนอกผ่านไป 1 วัน ข้างในผ่านไป 10 วัน ส่วน 5 ปีข้างนอกก็เท่ากับ 50 ปีเต็ม ๆ ข้างใน
ไม่เพียงไม่เปลืองแรงใจ แถมยิ่งเรียนก็ยิ่งกระปรี้กระเปร่า ถ้าเป็นคนทั่วไปคงอดนอนจนหมดสภาพไปนานแล้ว
