พวกอา ๆ ลุง ๆ ในตระกูล ป้าสะใภ้ใหญ่ สะใภ้สาม รวมถึงชาวบ้านที่พากันมามุง ต่างกรูกันไปทางปากหมู่บ้าน
เจียงเต๋อฮวายืดตัวขึ้น ปัดดินออกจากมือ
เธอไม่ได้รีบร้อนวิ่งออกไป แค่เช็ดมือ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ เดินไปทางปากหมู่บ้าน
ไกลออกไป เธอเห็นชายร่างสูงในเครื่องแบบทหารที่เรียบร้อยยืนอยู่กลางฝูงชน
ไหล่กว้าง หลังตรงดุจคันศร มีปืนพกเหน็บเอว ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางสุขุมมั่นคง
เขาคือเจียงเต๋อฟู่ พี่ชายคนที่สามของเธอนั่นเอง
ชีวิตในกองทัพหลายปีขัดเกลาความเป็นชาวไร่ชาวนาที่เคยมีไปจนหมดสิ้น ทั้งตัวเปี่ยมไปด้วยความคล่องแคล่วเด็ดขาดแบบทหาร
ด้านหลังเขายังมีทหารหนุ่มสะพายปืนติดตามมาด้วย ดูท่าจะเป็นพลสื่อสาร
พวกผู้ใหญ่ในตระกูลล้อมหน้าล้อมหลังถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เจียงเต๋อฟู่ตอบอย่างสุภาพ ทว่าสายตากลับกวาดมองไปทั่วฝูงชนอย่างร้อนใจ
“เต๋อฮวาล่ะ? น้องสาวฉัน เต๋อฮวาอยู่ไหน?”
พูดจบ เขาก็เห็นหญิงสาวร่างผอมยืนอยู่นอกกลุ่มคน
เธอสวมเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ซักจนสีซีด ถักผมเปียสองข้าง ยืนนิ่งมองเขาอยู่ตรงนั้น
เธอแตกต่างจากเด็กหญิงขี้ขลาดขี้อาย ผิวเหลืองซีดผอมแห้งในวันวานราวกับเป็นคนละคน
ตัวก็ยังผอมอยู่ แต่ใบหน้ามีเลือดฝาด ดวงตาสุกใส หลังตรง และดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
หัวใจเจียงเต๋อฟู่อ่อนยวบ เขาแหวกฝูงชนแล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปหา
เมื่อมาถึงตรงหน้า เขามองสำรวจน้องสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“เต๋อฮวา? เธอ... เปลี่ยนไปมากเลยนะ สูงขึ้นด้วย แต่ผอมเกินไปแล้ว พี่ไม่อยู่ เธอคงลำบากมาสินะ”
“พี่สาม ในที่สุดก็กลับมาแล้ว”
เจียงเต๋อฮวายิ้มบาง ๆ “พี่กับพี่ใหญ่ไปตั้งหลายปี ฉันโตขึ้นแล้ว จะให้เหมือนเมื่อก่อนได้ยังไงล่ะ
