“ได้ เบาเสียงหน่อย” ฉินฮ่าวทำตามเธอ ลดเสียงลง พ่อลูกนั่งชิดกันกระซิบกระซาบ
ถังถังซุกอยู่ในอ้อมแขนเขา มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อไว้ ไม่นานก็ปรือตาหลับไปอย่างงัวเงีย
ปากจิ๋วเผยอเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอ ขนตายาวทอดเงาจาง ๆ ลงบนเปลือกตา
ฉินฮ่าวก้มมองใบหน้าน้อย ๆ ของลูกสาว ใจอ่อนยวบไปหมด
“ไม่ต้องห่วงนะลูก” เขาพึมพำในใจ “พ่อจะทำให้ลูกกับแม่มีชีวิตที่ดีให้ได้”
ด้านนอก ลมทะเลพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา พากลิ่นเค็มคาวและไอของน้ำทะเลที่อยู่ไกลออกไปมาด้วย
ในห้องใหญ่ เฉินหว่านซิงนั่งอยู่ตรงขอบเตียงเตา มือกำตลับครีมบำรุงผิวที่ฉินฮ่าวซื้อกลับมาไว้แน่น สายตามองไปทางห้องฝั่งตะวันตก สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ผ่านไปนาน เธอจึงเปิดตลับครีมขึ้นมา ยกมาดมใกล้ปลายจมูก
กลิ่นมะลิอ่อน ๆ
เป็นกลิ่นที่เธอชอบที่สุดเมื่อหลายปีก่อน
บังเอิญหรือว่า...เขายังจำได้!
......
ฉินฮ่าวหลับสนิทมาก!
แขนโอบลูกสาวตัวน้อยนุ่มนิ่มไว้ ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจสุด ๆ
คนเฒ่าคนแก่ริมทะเลถ่ายทอดคำพูดกันมารุ่นต่อรุ่นว่า วันขึ้นหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำ น้ำจะขึ้นสูงสุดตอนเที่ยงวัน พอถึงช่วงก่อนหกโมงเย็น น้ำก็จะลดลงต่ำสุด
เวลาที่เหมาะกับการหาของทะเลที่สุดคือช่วงบ่ายสี่โมงถึงหนึ่งทุ่ม แต่แนวโขดหินผืนใหญ่หลังหาดมรณะทางใต้ของหมู่บ้าน ต้องรอให้น้ำลดต่ำสุดถึงจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาทั้งหมด ถ้าไปเร็วเกินไป โขดหินกว่าครึ่งยังจมอยู่ในทะเล ลงไปก็เสียแรงเปล่า
