เฉินหว่านซิงรีบเข้าไปดึงแม่สามีกลับมา พลางพูดเสียงเบาเพื่อเกลี้ยกล่อมว่า “แม่ แม่ใจเย็นก่อนค่ะ สหายฟางกำลังทำคดี เราให้ความร่วมมือก็พอ อย่าเพิ่งโมโหเลย...”
ฟางจื้อเหวินโดนสวนเข้าไปชุดใหญ่ ในใจก็มีไฟสุมอยู่เหมือนกัน
แต่คำพูดของอีกฝ่ายฟังดูหยาบ ทว่าเหตุผลก็ไม่ผิด
ยิ่งไปกว่านั้น ถังหอยเป๋าฮื้อของบ้านฉินฮ่าววางให้เห็นโต้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ดูยังไงก็ไม่เหมือนบ้านที่ขโมยปลาหมึกแห้งมา
เขากลั้นโทสะ หันไปเล่นงานหลี่ต้าป่าว “หลี่ต้าป่าว! ถ้ามีหลักฐานก็เอาออกมา ถ้าไม่มี ฉันจะพานายกลับไปในข้อหาหมิ่นประมาท คิดให้ดี!”
หลี่ต้าป่าวสะดุ้งเฮือก
หมิ่นประมาท! แบบนี้ไม่ได้แล้ว!
ยุคนี้ถ้าถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยพาตัวไปสอบสวน ชื่อเสียงได้เน่าไปทั้งหมู่บ้านแน่
เขารีบชี้ไปยังกองฟืนข้างกำแพง “กองฟืนนั่น! ตรงนั้นซ่อนของได้ง่ายที่สุด ต้องซ่อนอยู่ข้างใต้แน่!”
แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียง...
“เอี๊ยด~~”
ประตูไม้ผุ ๆ ของห้องปีกตะวันตกก็เปิดออก
ฉินฮ่าวเดินยืดเส้นยืดสายออกมา ผมยุ่งเหยิงเหมือนรังไก่ กระดุมเสื้อยังติดไม่เรียบร้อย ท่าทางเหมือนเพิ่งตื่นนอน
เขาถูกเสียงปลุกจนตื่น แต่ฟังอยู่ในห้องก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
หลี่ต้าป่าวนี่รีบร้อนจริง ๆ มาแต่เช้าตรู่เลย
แต่จะว่าไป แม่ของเขาก็เก่งใช่ย่อย ถึงกับคุมสถานการณ์อยู่หมัด!
เขาทำหน้าเหมือนงง ๆ แล้วเดินเข้าไปหา “หัวหน้าฟาง ผมฉินฮ่าวเองครับ ขอโทษที เพิ่งตื่นนอน พวกคุณมาหาผมมีธุระอะไรเหรอครับ?”
แต่ฟางจื้อเหวินยังไม่ทันพูด หลี่ต้าป่าวก็พูดแทรกขึ้นมา ชี้หน้าฉินฮ่าวแล้วตะคอกว่า
