พอออกจากบ้าน ฉินฮ่าวก็ตรงดิ่งไปหากัวโหย่วไฉที่ท่าเรือ
บ้านเขาไม่มีเรือ จะทำได้ก็ต้องยืม
ถ้าไปขอยืมคนในหมู่บ้านเองคงไม่มีทางสำเร็จ ไม่มีใครยอมให้เขายืมหรอก
จะไปหาพ่อให้ช่วยคิดหาทางก็ไม่ทันแล้ว อีกอย่าง ด้วยนิสัยของพ่อ ถ้ารู้ว่าเขาจะออกทะเลตอนกลางคืน คงบ่นจนเสียเวลาเป็นครึ่งค่อนคืน สู้ไปลองขอกัวโหย่วไฉเองยังดีกว่า
หมอนี่รับซื้อของทะเลในหมู่บ้านวั่งไห่มาหลายปี รู้จักชาวประมงเยอะ แถมช่วงสองวันมานี้ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้น น่าจะพอหาทางได้
ท่าเรือ
ฉินฮ่าววิ่งเหยาะ ๆ มาตลอดทาง ก่อนจะหอบแฮก ๆ มาหากัวโหย่วไฉ
กัวโหย่วไฉกำลังนั่งยอง ๆ สูบบ้องยาสูบอยู่ริมท่า พอเห็นฉินฮ่าวท่าทางรีบร้อนก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
“ฮ่าวจื่อ? รีบร้อนไปไหนน่ะ?”
“ลุงกัว ช่วยหาคนให้ผมยืมเรือหน่อย!” ฉินฮ่าวพูดเข้าประเด็น “คืนนี้ผมจะออกทะเล ต้องใช้ด่วน!”
กัวโหย่วไฉหยุดบ้องยาสูบที่ริมฝีปาก แล้วมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ดึกป่านนี้ยังจะออกทะเลอีก? บ้าไปแล้วหรือไง?”
“ผมจะไปเกาะร้างใกล้ ๆ หาของทะเลนิดหน่อย น้ำขึ้นแล้วก็กลับ”
ฉินฮ่าวไม่กล้าบอกว่าเป็นเกาะอิงจุ่ย
ที่นั่นเต็มไปด้วยโขดหินใต้น้ำ กลางวันยังไม่มีใครกล้าไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนกลางคืน ถ้าบอกไป กัวโหย่วไฉคงไม่ให้ยืมแน่
กัวโหย่วไฉหรี่ตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ยืมเรือก็ได้ เวลานี้ชาวประมงแถวชายฝั่งกลับเข้าฝั่งกันหมดแล้ว มีเรือเยอะแยะ”
เขาสูบยาเข้าไปอึกหนึ่ง ก่อนพูดช้า ๆ ว่า
“แต่ฮ่าวจื่อ ไม่ใช่ว่าลุงกัวจะสอนนะ ออกทะเลกลางคืนมันอันตราย จะออกไปเสี่ยงทำไม?”
