ฉินฮ่าวค่อย ๆ ผูกปากถุงขนมให้เรียบร้อย ก่อนเงยหน้ามองหลิวกุ้ยเซียงที่กำลังคาดคั้นเขา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
เขาไม่ใช่คนที่ใครจะรังแกได้ง่าย ๆ เมื่อก่อนเจ้าของร่างกลัวครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน แต่เขาไม่กลัว
“หลิวกุ้ยเซียง เงินที่ฉันหามาได้จากการออกไปเก็บของทะเลอย่างยากลำบาก จะเกี่ยวอะไรกับเธอสักนิด?”
ฉินฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย แต่ทุกคำแทงใจดำ “ฉันซื้อข้าวซื้อแป้งมาเลี้ยงครอบครัว ซื้อขนมมาง้อเมียกับลูกก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว ดีกว่าบางคนที่เอาแต่ริษยาคนอื่นทั้งวัน จนผู้ชายในบ้านยังไม่อยากชายตาแล”
สีหน้าหลิวกุ้ยเซียงชะงักไป “แกพูดเหลวไหลอะไร!”
“ฉันพูดเหลวไหลเหรอ?”
ฉินฮ่าวเลิกคิ้ว จงใจเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้ทุกคนในร้านได้ยินชัดถ้อยชัดคำ “คนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดว่าช่วงนี้ผู้ใหญ่บ้านแวะไปบ้านแม่ม่ายหลิวในหมู่บ้านเซี่ยโหวทุกวันไม่ใช่หรือไง?”
“เมียสวย ๆ ที่บ้านไม่รู้จักถนอม ดันไปหลงดอกไม้ป่าข้างนอก ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมเธอถึงจ้องแต่เรื่องในบ้านฉันทุกวัน ไม่กลับไปดูแลผู้ชายของตัวเองบ้างล่ะ?”
“หรือว่าเธอหน้าตาไม่สะดุดตาพอ รั้งใจผู้ชายไว้ไม่ได้ เลยต้องคอยนินทาว่าร้ายคนอื่นเพื่อเรียกร้องความสนใจ? ฉันหาเงินเลี้ยงครอบครัว เอาใจเมียอย่างเปิดเผย ถ้าอิจฉาก็พูดมาตรง ๆ ไม่ต้องเหน็บแนมให้คนเขาขยะแขยง”
คำพูดชุดนี้สวนกลับจนหน้าหลิวกุ้ยเซียงเขียวสลับขาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงคล้ำราวกับตับหมูในพริบตา เธอโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด
