“น้องสาม รอก่อน”
ฉินเช่อเอ่ยเรียกเขาไว้ ก่อนจะหันไปเข็นจักรยานคานคู่คันนั้นออกมา แล้วเข็นไปหยุดตรงหน้าฉินฮ่าว
“ถือถังเป๋าฮื้อแบบนี้ นายจะขนไปขายที่อำเภอใช่ไหม? เอาจักรยานไปใช้สิ”
ฉินฮ่าวยืนนิ่ง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
พี่รองใส่ใจขนาดนี้ แถมยังเป็นฝ่ายเอาจักรยานมาให้ยืมอีก
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้จริง ๆ ว่าพี่น้องรักใคร่กันแค่ไหน
เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น เสียงแหบพร่าเล็กน้อย “พี่รอง ขอบคุณนะ”
จากนั้นก็คร่อมจักรยาน ปั่นไปตามถนนดินมุ่งหน้าเข้าอำเภอ
ในลานบ้าน ฉินเช่อกับหวังชุนหลานมองตามแผ่นหลังของฉินฮ่าวที่ปั่นจักรยานห่างออกไป แล้วจึงหันกลับเข้าบ้าน
หวังชุนหลานวางเงินในมือลงบนโต๊ะเตียงเตาอย่างระมัดระวัง ก่อนหันไปมองฉินเช่อ “คุณใจกว้างจริงนะ ให้เขายืมจักรยานไป ไม่กลัวว่าเขาจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แล้วหันไปขายจักรยานเอาเงินหรือไง?”
ฉินเช่อยิ้ม “น้องสามเพิ่งให้คุณมา 600 หยวน ยังจะขาดเงินจากการขายจักรยานเก่าอีกเหรอ? เมื่อก่อนเขาทำตัวเหลวไหลจริง แต่ครั้งนี้ผมว่าเขาตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงจริง ๆ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึมลง
“อาศัยเงินเดือนประจำจากโรงอิฐแดงของผมอย่างเดียว กว่าจะเก็บเงินผ่าตัดให้เสี่ยวหู่ได้ คงพลาดช่วงเวลารักษาที่ดีที่สุดเสียก่อน หมอในเมืองบอกแล้วว่า ช่วงทองในการรักษาของลูกเหลือแค่ครึ่งปี ตอนนี้เราคงต้องฝากความหวังไว้กับน้องสามเท่านั้น”
หวังชุนหลานขมวดคิ้ว “หาของทะเลส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยดวง คุณเชื่อจริง ๆ เหรอว่าเขาจะโชคดีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ?”
