ไม่ทันที่จัวเหวินซินจะได้พูด ซูเจียวก็เอ่ยขึ้นก่อน “ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ตอนนี้ ลองฟังข้อเสนอทางเราก่อนไหม”
“ว่ามาสิ”
จัวเหวินซินพูด
“ทางหรงเคอเสนอเงินเดือนให้คุณได้ 2.8 ล้าน”
“แค่นี้เหรอ?”
จัวเหวินซินพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้เงินเดือนต่อปีของฉันอยู่ที่ 2.76 ล้าน”
เพื่อเงินแค่สี่หมื่น จะให้เธอออกจากที่ที่ทุ่มเททำงานมานานแล้วกลับไปจิ๋วโจวเนี่ยนะ ล้อเล่นหรือไง?
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา”
ซูเจียวพูดอย่างไม่รีบร้อน “โซร่า คุณเป็นคนจิ๋วโจว ทำงานอยู่ที่บริษัทเอเอ็นมาแปดปีแล้ว ซีอีโอเคยพูดเรื่องแบ่งผลกำไรกับคุณบ้างไหม?”
จัวเหวินซินเงียบไป
“คุณเองก็รู้ดี ถ้ายังอยู่ที่บริษัทเอเอ็นต่อไป คุณก็จะเป็นได้แค่หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีที่ไม่มีวันได้ถือหุ้น พวกคนผิวขาวพวกนั้นไม่เคยไว้ใจคุณจริง ๆ ต่อให้คุณเป็นพนักงานเก่าก็ตาม”
น้ำเสียงของซูเจียวมั่นใจอย่างยิ่ง
จัวเหวินซินไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้วางสาย
นั่นหมายความว่าเธอยินดีฟังต่อ
ซูเจียวเริ่มยุแยง
“ฉันไม่เข้าใจเลย ทั้งที่คุณได้เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีแล้ว ทำไมยังยอมเป็นแค่ลูกจ้างอีก? ถ้าฉันมีฝีมือเท่าคุณ ฉันคงออกไปทำธุรกิจของตัวเองตั้งนานแล้ว”
จัวเหวินซินขมวดคิ้วนิด ๆ
ซูเจียวเริ่มวาดฝันให้เธอ “ถ้าคุณมาหรงเคอ ภายในสองปีคุณจะได้ส่วนแบ่งผลกำไรแน่นอน”
“มีแค่นี้เหรอ?”
ส่วนแบ่งผลกำไรประจำปี...
จัวเหวินซินหวั่นไหวอยู่บ้างจริง ๆ
แต่พูดกันตามตรง บริษัทเอเอ็นเป็นบริษัทชั้นนำในวงการเทคโนโลยี ส่วนหรงเคอยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย จัวเหวินซินคงไม่คิดย้ายงานเพราะผลประโยชน์แค่นี้หรอก
