“อีกไม่นานหรอก”
ซูเจียวพูดอย่างเกียจคร้าน “ฉันพักอีกสองวันแล้วค่อยกลับไป พอดีจะได้เข้าสอบด้วย”
ถึงอย่างไรก็ต้องไปสอบอยู่แล้ว
สอบตกไม่ได้เด็ดขาด!
ถึงเรื่องที่เธอเป็นศิษย์น้องคนสุดท้ายของโฮวเทียนหัวจะแพร่สะพัดไปทั่ววงการการเงินแล้ว แต่ยังไงเธอก็ยังเป็นนักศึกษาดีเด่นที่ตั้งใจเรียนและประพฤติตัวเรียบร้อยอยู่นะ~
“เธอกลายเป็นตำนานของมหาวิทยาลัยเราไปแล้ว”
เชิ่งหลานเสริมขึ้นอย่างไม่รีบร้อน “ตอนนี้เข้าเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยก็เห็นกระทู้ของเธอติดอยู่หน้าแรกแล้ว เทพสายการเงิน ไม่เข้าเรียนหลายเดือนก็ยังไม่โดนตำหนิหรือลงโทษ แถมยังทำเงินได้หลายร้อยล้าน”
“ได้ยินว่าเธอยังไปเปิดบริษัทข้างนอก เตรียมบุกวอลล์สตรีทด้วยนะ”
“ยังไม่หมดแค่นั้น~”
หลูหลิงเม้มปาก สีหน้าเหมือนอยากหัวเราะแต่ก็พยายามกลั้นไว้ “ยังมีคนบอกว่าเธอถูกทางการเกณฑ์ไปทำงาน บ้างก็ว่าเธอหาเงินได้มากเกินไปจนมีคนจ้องจะลอบสังหาร บ้างก็ว่าเธอได้รับมรดกจากคุณยายชาวต่างชาติคนหนึ่ง...”
มีคนพูดกันไปสารพัด
เรื่องแปลก ๆ ก็มีเต็มไปหมด
นับว่าได้เห็นจินตนาการอันหลากหลายของมนุษย์กันเต็มตา
มุมปากซูเจียวกระตุกสองที “พวกเขากล้าเดากันจริง ๆ”
“เดาว่าคราวนี้เธอกลับไปสอบ คงมีคนมามุงดูไม่น้อยเลย”
“พวกนั้นว่างกันนัก”
หลังจากพูดคุยกันไม่กี่ประโยคและดื่มกันไปคนละสองสามแก้ว ซูเจียวก็เอนพิงไหล่ฉีซั่วอย่างเกียจคร้าน ดวงตาพร่ามัวเพราะฤทธิ์สุรา ก่อนจะแยกย้ายกันไป
“พี่ครับ ให้ผมอุ้มพี่ขึ้นไปไหม?”
ฉีซั่วถามพลาง แต่แขนกลับโอบเอวซูเจียวไว้ก่อนแล้ว
ซูเจียวส่งเสียง “อืม~” แผ่วเบา
