ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เครื่องยังไม่พัง แต่พนักงานจะพังก่อนแล้ว
จนปัญญา ซูเจียวจึงต้องเปิดระบบจองคิวล่วงหน้าก่อนกำหนด ไม่ถึงหนึ่งวัน ตารางจองก็ยาวไปจนถึงเดือนหน้าแล้ว
“ฮัลโหล~ พี่อวี๋คะ ไม่ต้องมาทำต่อเนื่องกันหรอกค่ะ ตอนนี้ผิวพี่อยู่ในสภาพดีที่สุดแล้ว ไม่กลับไปแย่เหมือนเดิมหรอกค่ะ……”
“คุณปู่จ้าว สุขภาพคุณปู่แข็งแรงดีแล้ว ไม่ต้องมาแล้วนะคะ”
“คุณย่าลู่? ทำไมพาหลานสาวมาด้วยคะ หลานเพิ่งอายุแปดขวบเองนะคะ!!!”
“แปดขวบแล้วทำไม? สุขภาพดีต้องเริ่มตั้งแต่เด็กสิ”
คุณย่าลู่จูงหลานสาวตัวน้อยเดินเข้าไปข้างในอย่างคล่องแคล่ว
ซูเจียว: ……
เธอยกมือขึ้นนวดขมับอย่างอดไม่ได้ ความเร็วในการขยายตลาดเร็วกว่าที่เธอคาดไว้เสียอีก
ดูท่าคืนนี้คงต้องทำแผนพัฒนากิจการให้เติบโตใหญ่ฉบับ 2.0 แล้ว
พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ซูเจียวก็เห็นใบหน้าขาวเนียนเกลี้ยงเกลาของพนักงานที่ผ่านการทำทรีตเมนต์มาแล้วทุกคน ทว่าก็ยังปิดบังความเหนื่อยล้าไว้ไม่มิด เธอรู้สึกเหมือนมโนธรรมที่ตายไปแล้วกำลังแผดเสียงประท้วงอยู่ในใจ
“แค่ก เดือนนี้ฉันจะเพิ่มโบนัสให้อีกสองพัน พวกเธอฝืนกันไปก่อน เดี๋ยวฉันรับสมัครคนเพิ่ม”
ซูเจียวพูด
สองพัน!
ดวงตาว่างเปล่าของเหล่าพนักงานค่อย ๆ มีประกายขึ้นมา “ขอบคุณค่ะ พี่ซู”
ซูเจียวโบกมือ “ตั้งใจทำงานกันให้ดี ก่อนสิ้นปีฉันจะเปิดสาขาใหม่แน่นอน ถึงตอนนั้นผู้จัดการสาขาก็จะเลือกจากพวกเธอนี่แหละ”
พอได้เป็นนายทุนแล้ว ทักษะวาดฝันให้ลูกน้องก็เหมือนจะเรียนรู้ได้เองโดยไม่ต้องมีครู
แถมยังยิ่งทำยิ่งคล่องขึ้นทุกวัน
หลังจากปลอบพนักงานของตัวเองแล้ว ซูเจียวก็เดินไปยังร้านข้าง ๆ และวาดฝันก้อนโตแบบเดียวกันให้พนักงานร้านนั้นฟัง
