ลองนับวันดูแล้ว ก็ใกล้จะถึงปีใหม่เต็มที
ซูเจียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “เดือนหน้าฉันกลับค่ะ”
“งั้นตอนกลับมาก็บอกแม่ก่อนนะ แม่จะเรียกพี่ ๆ ของเจียวกลับมาให้ครบ… ศาลบรรพบุรุษเพิ่งซ่อมเสร็จเมื่อไม่กี่วันก่อน สง่างามใหญ่โตน่าดูเลย ลุงใหญ่บอกว่าวันส่งท้ายปีเก่าจะจัดโต๊ะเลี้ยงสักสองโต๊ะ เรียกคนกลับมาเยอะแยะเลย”
“ได้ค่ะ จัดให้ใหญ่กว่านั้นก็ได้ เงินเท่าไหร่เดี๋ยวเจียวออกให้เอง”
“จะให้เจียวออกเงินได้ยังไงกันล่ะ”
แม่ซูหัวเราะพลางพูดว่า “ครึ่งปีหลังนี้หลายบ้านในหมู่บ้านทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์กัน ได้กำไรกันไม่น้อย เรี่ยไรบ้านละนิดละหน่อย ก็ไม่ได้ใช้เงินเท่าไหร่หรอก ส่วนพวกรุ่นลูกหลานหนุ่มสาว ลุงใหญ่อยากให้หนูเป็นหัวหน้า”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ซูเจียวตอบตกลงทันที
คุยเล่นกันอีกสองสามประโยค ซูเจียวถึงวางสาย
นอกหน้าต่าง หิมะโปรยปรายลงมาแน่นขนัด กิ่งไม้แห้งสองข้างทางต่างถูกคลุมด้วยสีเงินวาววับ
ทิวทัศน์แบบนี้หาไม่ได้ในหมู่บ้านหรอก
“คุณซูมาหลบพักอยู่ตรงนี้เองเหรอครับ มีคนตั้งเยอะอยากคุยกับคุณอยู่แน่ะ”
เสียงหยอกล้อดังขึ้นจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
ซูเจียวหันกลับไปมอง เป็นผู้จัดการเจิ้งจากบริษัทซินเยว่การเงิน
เพิ่งรู้จักกันเมื่อเดือนก่อน
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นเหนือใครของเธอ ทำให้เหล่าคนเก่งของเทียนติงที่ผ่านการคัดเลือกมานับครั้งไม่ถ้วน ต่างพากันนับถือจนหมดใจ
ตอนโฮวเทียนหัวเลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นรองประธาน ไม่มีใครคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียว
ตอนนี้เธอกำลังใช้สถานะ “รองประธานเทียนติงอินเวสต์เมนต์” พบปะคนในวงการ จิบเหล้าเล็กน้อย พูดคุยเรื่องแนวโน้มตลาดและเจรจาความร่วมมือ
