เห็นได้ชัดว่าชีเอชโอไม่ค่อยพอใจนัก
แต่เขาก็เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ความผิดของฉวยเพ่ย บริษัทไม่มั่นคง พนักงานอยากหาที่ไปใหม่ก็เป็นเรื่องปกติ
อีกฝ่ายก็ไม่ได้เซ็นสัญญาขายตัวให้บริษัท ไม่ใช่ทาสที่ขายตัวในยุคศักดินา ไม่จำเป็นต้องร่วมเป็นร่วมตายไปกับบริษัท
ยิ่งไปกว่านั้น ในที่ทำงานไม่ได้มีเรื่องแค้นฝังลึกถึงขั้นเป็นตายกัน จึงไม่จำเป็นต้องหักหน้ากัน
ชีเอชโอยิ้ม “คุณรับได้ก็ดีแล้ว สองปีมานี้ผลประกอบการของบริษัทไม่ดีจริง ๆ คุณก็เห็นตัวเลขอยู่แล้ว ที่จริงผู้ใหญ่ก็อยากรั้งคุณไว้ เพราะคุณทำประโยชน์ให้บริษัทมาตั้งมากมาย...”
พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่หยุด...
ใจความหลักมีอยู่สองข้อ
หนึ่ง บริษัทจำใจต้องปล่อยคุณไปจริง ๆ ขอให้เข้าใจบริษัทหน่อย
สอง บริษัทไม่เคยเอาเปรียบคุณ แถมยังหาที่ใหม่ให้คุณเรียบร้อยแล้ว ออกไปแล้วก็อย่าพูดอะไรส่งเดช เราจากกันด้วยดี เก็บน้ำใจไว้ให้กันบ้างก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย
ถ้อยคำของเขาฟังดูสวยหรู ฉวยเพ่ยก็ตอบรับอย่างสุภาพ
บริษัทอยากจากกันด้วยดี เขาเองก็อยากเหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นพอเขาไปเริ่มงานที่ใหม่ บริษัทแทงข้างหลังเขาขึ้นมา เขาก็คงลำบากไม่น้อย
ชีเอชโอคิดว่าฉวยเพ่ยอยากลาออกเอง ส่วนฉวยเพ่ยกลับคิดว่าบริษัทเป็นฝ่ายทอดทิ้งเขา
ข้อมูลไม่ตรงกัน ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ทันสังเกตถ้อยคำประชดประชันที่ซ่อนอยู่ในคำพูดสุภาพ
ใครจะไปคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องที่ซูเจียวพูดยุแค่ประโยคเดียวเท่านั้น?
ไม่นาน ฉวยเพ่ยก็ได้รับข่าว
