เดิมทีเพื่อนร่วมชั้นก็แทบจะข่มความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่อยู่แล้ว พอได้ยินเพื่อนคนนั้นจะเข้าไปเรียกเธอว่า ‘แม่บุญธรรม’ ด้วย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ก็แทบจะลุกเป็นไฟ
“เท่าไหร่?”
“เท่าไหร่อะไรล่ะ! พวกนายจะเอาแต่มองไม่พูดกันจริง ๆ เหรอ?!”
“เก้าหลักน่ะ!”
เพื่อนคนนั้นเจ็บปวดจนแทบขาดใจ ยกมือกุมอก “เพื่อนร่วมชั้นของฉันแค่พริบตาเดียวก็กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว!”
“โห!”
เก้าหลัก
มหาเศรษฐี
สองคำนี้ทำเอาทั้งห้องเรียนส่งเสียงฮือฮา สายตาที่มองซูเจียวราวกับกำลังมองปาฏิหาริย์ของโลก
อะไรเนี่ย?
ทุกคนยังเรียนปีสองเหมือนกัน เรียนความรู้ชุดเดียวกัน แล้วทำไมมีแค่เธอที่โดดเด่นขนาดนี้?
ทั้งห้องรู้ดีว่าฐานะทางบ้านของซูเจียวไม่ค่อยดี
เพราะอย่างนั้นเรื่องนี้จึงยิ่งน่าตกตะลึงเข้าไปใหญ่
เธออาศัยเงินทุนอันน้อยนิดราวกับหยดน้ำหยดหนึ่ง ฝ่าทะลวงทะเลเลือดแห่งวงการการเงินที่เขมือบเนื้อกินเลือดคนจนสร้างชื่อขึ้นมาได้ ทั้งยังฉีกผลกำไรมูลค่ากว่าร้อยล้านออกมาจากมือของเหล่านายทุนยักษ์ใหญ่
แถมเธอยังใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
พูดได้ว่าไม่ว่าจะในตลาดการเงินทั้งหมดหรือในประวัติศาสตร์การเงิน ก็ไม่เคยมีปาฏิหาริย์เช่นนี้มาก่อน!
“ซูเจียว”
เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งถามอย่างลองเชิง “เธอเคยได้รับเงินลงทุนมาหรือเปล่า?”
พอได้ยินคำถามนี้ ทุกคนก็โล่งใจขึ้นมา
ใช่สิ
เธอต้องมีพรสวรรค์ด้านการเงินอยู่แล้วแน่ ๆ
แต่ตอนเริ่มเข้าตลาดก็น่าจะได้รับเงินลงทุนมาด้วย ลงสนามก็ทุ่มเงินทุนหลักสิบล้านหรือหลักร้อยล้าน ถึงจะกอบโกยเงินกลับมาได้เป็นร้อยล้าน
