หลังจากปรับโฉมตัวเองเสร็จ ซูเจียวก็รีบเดินไปยังโชว์รูมรถข้าง ๆ ทันที ปอร์เช่คาเยนน์ราคาสองล้าน เธอซื้อได้แบบไม่ลังเล
เจ้าของร้านรับเงินก้อนโตไปแล้วก็ให้บริการอย่างกระตือรือร้น จัดการเรื่องป้ายทะเบียนให้ซูเจียวเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะยิ้มแย้มส่งเธอถึงหน้าร้าน
จากนั้นซูเจียวก็พบปัญหาที่ชวนกระอักกระอ่วนข้อหนึ่ง
อืม~
เจ้าของร่างเดิมไม่มีใบขับขี่
แต่ปัญหานี้ก็แก้ได้ง่ายมาก เธอหันกลับไปหาเจ้าของร้านทันที เสนอเงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่น แล้วหาคนขับรถมือฉมังที่มีประสบการณ์โชกโชนที่สุดมาให้ได้คนหนึ่ง
ตอนนั้นเป็นเวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว หอพักปิดประตูเรียบร้อย
ซูเจียวจึงเลือกเข้าพักโรงแรมห้าดาวสักแห่ง แล้วค่อยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในวันรุ่งขึ้น
“ติ๊งหลิง~”
เสียงกริ่งเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยดังขึ้นเป็นจังหวะ ซูเจียวมาถึงหน้าห้องเรียนพอดีเวลา ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนร่วมห้องด้วยรอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้า
“หลิงหลิง ขอบคุณที่เอาหนังสือมาให้นะ”
ซูเจียวพูด
หลูหลิง เพื่อนร่วมห้องของซูเจียว ครอบครัวมีฐานะดีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรนักในคณะการเงิน และเข้ากับเจ้าของร่างเดิมได้ค่อนข้างดี
“หา?”
หลูหลิงถึงกับอึ้ง เธอขยับที่ให้เล็กน้อยแล้วเลื่อนหนังสือไปให้ “ซู...เจียวเหรอ?”
สวรรค์!
เพิ่งไม่ได้เจอกันแค่คืนเดียว เพื่อนร่วมห้องคนนี้ไปทำอะไรมาเนี่ย? เปลี่ยนโฉมจนแทบจำไม่ได้เลย!
กระโปรงตัวนี้คงเกือบสองหมื่นใช่ไหม?
แถมกำไลหยกบนมือเธออีก ทั้งเนื้อใสทั้งเขียวสดขนาดนี้ ราคาคงอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดหลักแน่ ๆ
ถ้าจำไม่ผิด บ้านของซูเจียวไม่ได้มีฐานะดีนี่นา?
หรือว่าเธอเล่นหุ้นได้กำไรมาจริง ๆ อย่างที่ตัวเองพูด? แต่ถึงจะเล่นหุ้นได้กำไร ก็ไม่น่าจะมากมายเว่อร์ขนาดนี้มั้ง?
