“เรื่องที่เหลือ...”
“พวกเราจัดการแทนเขาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ?!”
“...”
หลังสวี่ฉงโฮ่วพูดจบ ห้องส่วนตัวทั้งห้องก็เงียบกริบในพริบตา
คนที่อยู่ที่นี่ ใครบ้างไม่ใช่จิ้งจอกเฒ่าที่ผ่านโลกมาหลายสิบปี?
เจียงหงชูไม่ได้หมายตาตำแหน่งประธาน แต่ถ้ากลุ่มสมุนเก่าดันเขาขึ้นไปนั่ง
อำนาจตัดสินใจของกลุ่มบริษัทฮั่นไห่ก็จะตกอยู่ในมือกลุ่มสมุนเก่าไม่ใช่หรือ?
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
สวี่ฉงโฮ่วซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มสมุนเก่า ก็จะกลายเป็นผู้สำเร็จราชการของกลุ่มบริษัทฮั่นไห่
ส่วนผู้อาวุโสอีกสามคนก็จะเป็นขุนนางผู้ช่วยว่าราชการไปโดยปริยาย
“ว่าไง?”
สวี่ฉงโฮ่วกวาดตามองทุกคน แล้วถามอย่างไม่รีบร้อน “เรื่องสนับสนุนหงชู พวกคุณคิดยังไง?”
หลัวเจี้ยนซวินเป็นคนแรกที่ตอบรับ “ฉันเห็นด้วย”
“...”
เหอจิ้นหมิงขมวดคิ้วเงียบไปพักหนึ่ง
ครู่ใหญ่ เขาจึงพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ถ้ากลุ่มบริษัทประคองสถานการณ์ตอนนี้ไว้ได้ ฉันก็ไม่มีความเห็น”
สวี่ฉงโฮ่วหันไปถามไฉ่เจิ้นไห่ที่นั่งตรงข้าม “เหล่าไฉ่ นายว่าไง?”
“...”
ไฉ่เจิ้นไห่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วหัวเราะพลางยักไหล่ “เสียงข้างน้อยก็ต้องฟังเสียงข้างมาก”
“แต่เหล่าสวี่ ฉันมีเรื่องหนึ่งต้องพูด”
“ถึงรัฐบาลเมืองหลิงหนานจะถือหุ้นในฮั่นไห่แค่ 10% แต่อำนาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจที่ควรได้ก็ต้องมีครบทุกส่วน”
“เรื่องเปลี่ยนประธานฮั่นไห่ครั้งนี้ พวกเขายังไม่แสดงท่าทีจนถึงตอนนี้”
“อืม”
สวี่ฉงโฮ่วพยักหน้ายิ้ม ๆ “แต่ฉันว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา”
“สองปีมานี้รัฐบาลก็ลำบากเหมือนกัน”
“ขอแค่พวกเราปรับลดต้นทุนต่อไป เพิ่มรายรับให้กลุ่มบริษัท แล้วแบ่งกำไรสิ้นปีให้รัฐบาลอย่างเต็มที่”
“ให้ทางรัฐบาลเมืองแสดงจุดยืนสนับสนุนกลุ่มสมุนเก่าของพวกเรา ไม่ใช่เรื่องยาก”
